เคยไหม ที่อยากไปเที่ยวผจญภัย ในป่าเขาที่บรรยากาศแสนโรแมนติคเดินบุกฝ่าดงพงไพรพร้อมกับใครบางคน ฝันว่าตัวเองแปลงร่างเป็นรพินทร์ไพรวัล หรือ มรว.ดารินแห่งเพชรพระอุมา ตามรอยคุณชาลี เอี่ยมกระสินธุ์ นักเขียนเรื่องล่องไพร และเรื่องราวเกี่ยวกับป่าอีกหลายเรื่อง
ตามความฝันว่าในชีวิตครั้งหนึ่ง ได้มีโอกาสเดินเที่ยวป่าอย่างในนิยาย เห็นป่าเขาอย่างที่มันเป็น ผ่านทุ่งหญ้า ป่าเขียว หุบเขา แลโตรกธาร ร่วมล้อมวงกินข้าวกลางป่าแบ่งปันน้ำดื่มและอาหาร ให้กำลังใจยามหมดแรงแม้แต่จะก้าวขา และท้อที่จะเดินไปให้ถึงจุดหมาย ทั้งหมดคุณสัมผัสได้ที่เขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
ยอดเขาช้างเผือก เป็นยอดเขาสูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ มีความสูงประมาณ 1,249 เมตร เส้นทางเป็นป่าโปร่ง ทุ่งหญ้า สันเขาและหุบเหวความยากลำบากเพียงแค่ระดับกลางๆ ไม่ต้องมุดถ้ำ ดำน้ำ โรยตัวจากหน้าผา แต่อย่างใด แค่ใช้กำลังกายและใจล้วนๆ กับระยะทางที่ไม่มีใครบอกตรงกันสักคนบ้างก็ว่า 8 กม. บางคนก็ว่า 10 กม. แต่ที่พูดตรงกันคือใช้เวลาเดิน 4-6 ชม. เส้นทางไม่มีต้นไม้ใหญ่สักเท่าใด ลักษณะส่วนใหญ่คือทุ่งหญ้า และสันเขา หน้าหนาวก็ยังร้อนยามแดดออกตอนกลางวัน เพราะไม่มีร่มไม้ให้หลบ
การเดินทางสู่เขาช้างเผือกนั้น ใช้เส้นทางกาญจนบุรี ไทรโยค ทองผาภูมิ เมื่อถึง อ.ทองผาภูมิแล้วก็ไปทาง เขื่อนเขาแหลม มุ่งสู่บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อค
ก่อนจะขึ้นเขาช้างเผือก จะต้องแวะลงทะเบียน ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อนำทาง ค่าเจ้าหน้าที่นำทาง 500 บาท หลังจากชำระค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานคนละ 40 บาทและค่ากางเต็นท์คนละ 30 บาทเรียบร้อยแล้วก็เดินทางสู่บ้านอีต่องเพื่อรับลูกหาบแบกสัมภาระ ลูกหาบแต่ละคนแบกน้ำหนักได้ประมาณ 30 – 40 กิโลกรัม ค่าลูกหาบคนละ 550 บาท ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องมีเจ้าหน้าที่และลูกหาบไปด้วย ไม่สามารถขึ้นไปเองได้ ถือว่าเป็นการช่วยสร้างรายได้แก่คนท้องถิ่น ในวันที่นักท่องเที่ยวเยอะๆบางครั้งต้องใช้ลูกหาบผู้หญิงมาช่วย แต่อย่าดูถูกสาวๆเหล่านั้น เพราะขนาดแบกสัมภาระยังเดินตัวปลิวทิ้งหนุ่มๆชาวเมืองไว้เบื้องหลังให้ได้อาย
การขึ้นเขาช้างเผือกควรเตรียมร่างกายล่วงหน้าสักนิด ถึงแม้จะไม่อันตรายมากมายแต่ก็เหนื่อยพอตัว ถือว่าเป็นเส้นทางพิสูจน์รักแท้ระหว่างกันได้เลยทีเดียว จะทิ้งหรือจะดูแลกันก็ตอนขึ้นเขานี่แหละ การเดินขึ้นเขานั้นไม่ควรเร่งรีบ ให้เดินเรื่อยๆตามกำลังที่มี เหนื่อยก็พัก ดื่มน้ำได้บ่อยแต่ทีละน้อยๆ จะทำให้ไม่จุกและมีน้ำพอเพียงต่อการเดินทาง สัมภาระติดตัวควรแบกเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น เพราะที่นี่จะทำให้ท่านรู้สึกว่า น้ำหนักเพียง1กิโลกรัมก็หนักจนไม่อยากจะแบก บนยอดเขาช้างเผือก ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา หากโชคดีก็จะพบน้ำบาดาลที่ไหลออกมาจากภูเขาให้พอใช้ดื่มกิน มีห้องน้ำที่อุทยานฯมาสร้างเอาไว้เป็นแบบส้วมหลุม ให้คุณผู้หญิงได้ใช้ แต่บนเขามีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ AIS DTAC อาหารการกินทุกอย่างควรเตรียมไปให้เพียงพอ ที่สำคัญคือน้ำดื่มน้ำใช้ โดยประมาณ 5 ลิตรต่อคนต่อวัน
ฉบับหน้าพบกับการท่องเที่ยวสบายๆใกล้เมืองกาญจน์กันครับ หรือจะพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex ครับ : สบายสบาย
www.dsr.co.th DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th


