วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เตรียมอุปกรณ์และร่างกายขึ้นเขาช้างเผือก



เตรียมอุปกรณ์และร่างกายขึ้นเขาช้างเผือก (เตรียมตัวไปเขาช้างเผือก)

                เห็นถามกันหลายคนว่าจะไปเขาช้างเผือกต้องเตรียมอะไร ทำอย่างไรบ้าง ปกติผมจะแจ้งลูกทัวร์ของผมทุกท่านไว้ในหน้าโปรแกรมอยู่แล้วว่านำอะไรไปบ้าง คืนก่อนจะขึ้นเขาก็จะมีการแนะนำเส้นทาง อธิบายรายละเอียด จับคู่บัดดี้เวลาขึ้นเขา ตรวจเช็คอุปกรณ์และความพร้อมก่อนเดินทางทุกครั้ง
                แต่ก็ยังมีคนที่ไม่รู้จะเตรียมตัวอย่างไร และเฟสบุ๊คผมก็ดันอนุญาตให้เฉพาะเพื่อนเท่านั้นเข้ามาพูดคุยกันได้ ก็ถือโอกาสนี้แนะนำข้อมูลไว้เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักท่องเที่ยวทุกๆท่านแล้วกันครับ
                ลองเข้าไปหาอ่านดูบทความผมเกี่ยวกับ เขาช้างเผือก ก่อนก็ได้ 
จะได้มีข้อมูลเบื้องต้น สำหรับบทความนี้จะพูดแต่เรื่องอุปกรณ์และวิธีการเดินนะครับ
                อุปกรณ์ที่จำเป็น(สำหรับผมนะ)
เครื่องหลัง หรือเป้หลังที่เบาสบาย สามารถบรรจุของใช้ส่วนตัวเพียงพอ สะพายหลังแล้วคล่องตัว แข็งแรงพอควร ในฤดูฝนใช้เป้ที่กันน้ำได้จะดีมาก
น้ำดื่ม ลืมไม่ได้ เดินไกล นาน ไม่มีน้ำดื่มทรมานแน่ๆ ง่ายๆก็น้ำขวดพลาสติกนี่แหละ แนะนำขวดใหญ่ไปเลย เผื่อวันกลับด้วย
เสื้อยืดแขนยาว ถ้าแขนสั้น ใส่ถุงแขนกันแดดกันหญ้าคาบาดด้วยนะครับ เดี่ยวเดินๆไปเหงื่ออกจะแสบๆคันๆแขน
กางเกงขายาวไม่ฟิต คล่องตัว ตะเข็บแข็งแรงไม่ขาดง่ายๆ พร้อมเปื้อนพร้อมลุย ขาสั้นก็ได้ในฤดูหนาวและฤดูร้อน(ถ้าไม่กลัวหญ้าคาบาด)
รองเท้าผ้าใบรองเท้ากีฬาที่พื้นแข็งแรงไม่งั้นจะอ้าปากระหว่างทาง รองเท้าอย่าหนัก รองเท้าแตะไม่เหมาะอย่างยิ่ง
หมวกที่กันแดดได้ดี
เสื้อกันฝนในฤดูฝน แต่เชื่อผมเถอะพอเดินไปครึ่งทางเก็บหมดแหละ เดินตัวเปียกดีกว่า ใส่เสื้อกันฝนแล้วร้อนมาก อาบน้ำฝนไปเลย พอถึงแค้มป์ก็ค่อยเปลี่ยนเสื้อผ้าแห้งๆ
ถุงมือ อันนี้แนะนำเลย ถุงมือดีๆที่ระบายเหงื่อได้ดี กันหญ้าบาด และไว้กันมือรูดกับเชือกเวลาปีนป่าย ไม่มีจริงๆก็ถุงมือตัดอ้อยพอได้
ไม้เท้าเดินป่าดีๆสักอัน เดี๋ยวนี้ตามเวปขายอยู่ 250 -350 บาท เชื่อผมเถอะติดไปด้วย ใครล้อช่างเค้าเราสบาย  ทริปแรกของผม พอเจอไม้ไผ่ข้างทางผมรีบเก็บมาทำไม้เท้า มีแต่คนล้อ พอเดินไปสัก2 กม. หาไม้เท้ากันเป็นแถว
เต็นท์ เชื่อไหมผมใช้เต็นท์ขนาด 2 คนของโลตัส ซื้อตอนลดราคา โดนพายุฝน ลมแรง สามทริปบนเขาไม่พัง แล้วยังเอาไปกางทริปอื่นๆอีก แต่มีเคล็ดลับนิดหน่อยสำหรับใช้บนเขาครับ
ฟลายชีท นี่แหละเคล็ดลับที่บอก เต็นท์โลตัสหลังละไม่กี่ร้อยบาทมันกันฝนไม่ได้หรอกครับ แต่ฟลายชีทขนาด 2x3เมตรเนี่ยะมันกันได้สบายมาก ติดฟลายชีทขึ้นไปสักผืน กันแดดได้กันฝนดีครับ
เชือกเหนียวๆเส้นเล็กๆ หรือเชือกไนล่อน ไว้ผูกยึดฟลายชีทกับเต็นท์และขึงกับต้นไม้ เชือกฟางพอใช้ได้นิดหน่อย แต่พอเจอลมแรงๆขาดหมด และบนยอดเขาเราไม่รู้ว่าลมจะแรงวันไหนครับ
ทิชชูธรรมดาและทิชชูเปียก ไว้เช็ดหน้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ บนเขามีส้วมแต่ไม่มีน้ำนะครับ เป็นส้วมหลุมด้วย
ไฟฉาย บนเขาไม่มีไฟฟ้าครับ
โทรศัพท์มือถือ บนเขามีสัญญาณแจ่มแจ๋ว โดยเฉพาะเอไอเอส เอาไปเผื่อติดต่อฉุกเฉินรึคุยกะใครแก้เหงา
ยาคลายเส้น ยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบ เกลือแร่ ยาแก้โรคประจำตัว พลาสเตอร์ ยาพื้นฐานทั่วไป
แป้งเย็น นอกเหนือจากใช้ทาตัวโรยเท้าแล้ว ยังใช้โรยรอบเต็นท์กันมดกันทากได้อีกครับ
ถุงกันทาก ใช้เฉพาะตอนฤดูฝนเท่านั้นครับ นอกเหนือจากนี้แล้วไม่จำเป็นเลย
ช้อนกินข้าว ไม่มีแล้วทานไม่อร่อยนะ
ลูกอม ช็อกโกแลต เอเนอจีบาร์หรืออาหารให้พลังงาน ใช้ระหว่างเดินทาง ไม่เชื่อลองอมลูกอมตอนเหนื่อยๆระหว่างทางสิ มันเหมือนสวรรค์ชัดๆ
ถุงนอน ไม่หนาวก็เอามาปูรองพื้นนอน ดีกว่านอนกับพื้นเต็นท์แข็งๆครับ
นี่เฉพาะที่จำเป็นๆนะครับ จริงๆแล้วเลือกเฉพาะที่ทุกคนต้องการใช้ก็ได้ไม่ต้องครบทุกอย่าง เสื้อผ้าเอาไปเท่าที่จำเป็น ติดแจ็คเกตกันหนาวสักตัวก็ได้
                สำหรับร่างกาย เตรียมพร้อมสำหรับการเดินระยะกลางๆคือ 8 10 กม.แต่ที่ต้องเตรียมพิเศษคือการเดินขึ้นลงที่สูง เราไม่ได้เดินทางราบตลอดเวลา จะต้องเดินขึ้น-ลงเขาโดยตลอด มีปีนป่ายบ้าง ขาจะล้า เมื่อย ปวดกล้ามเนื้อ และอาจจะเป็นตะคริวได้แต่มีวิธีการเดินขึ้นลงเขามาแนะนำครับ
                การเดินขึ้นเขาให้เดินแบบไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก แต่มีวิธีช่วยถ้าไปกันหลายคน คือ ให้เดินต่อแถวกันแล้วคนหลังเอามือยกก้นกระเป๋าให้คนหน้า จากนั้นเดินขึ้นเร็วๆไปทั้งขบวน จะช่วยผ่อนแรงได้แบบเหลือเชื่อ ส่วนตอนเดินลงให้เดินตัวใครตัวมัน อย่าเกร็งขาเวลาลง ให้ลงแบบไหลมาตามทาง ทางชันๆใช้การก้าวเร็วๆแบบกระโดดซ้าย-ขวาๆ หรือยันซ้าย-ขวาๆลงมาตาม ถ้าไม่ชันมากก็วิ่งไหลลงมาเลยครับ จะผ่อนแรงไปเยอะเลย แต่ถ้าเป็นหน้าผา อย่าพาลซื่อวิ่งตามที่ผมบอกล่ะ ค่อยๆปีนลงครับ เหนี่ยวเชือกไปเรื่อยๆ ตอนหยุดพักอย่านอน อย่านั่งนานเกิน ขาจะล้าพาลไม่อยากเดินต่อ
                คร่าวๆแค่นี้แหละ ขอแค่มั่นใจ ท่องไว้ ไปให้ได้ กลับให้ถึงอ้อ!!! เกือบลืม
ขอพลังจงอยู่กับท่าน 
โชคดีทุกคนครับ

ปล.ถ้าหากไม่รู้จะไปอย่างไร อยากไปแบบมีเพื่อนและมีคนจัดทริปให้ ลองมาคุยกันดูครับ
ผมจัดทริปเขาช้างเผือกทุกปี มีประกันภัยท่องเที่ยวและมีบริษัทนำเที่ยวจดทะเบียนถูกต้อง
สนใจ(จริงๆ)สอบถามมาได้ครับ บ. ดีเอสอาร์ แทรเวล 034-551109 , 086-3212220, 081-8566865
หรือคุยกันก่อนที่ www.Facebook.com/tatchasit  ( Pro Pex ) 
คุยกันได้ ไม่กัดหรอกครับ 555






วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เชียงใหม่ ใกล้กว่าที่คิด


              เชียงใหม่.......เอ่ยคำนี้ครั้งใดคนเมืองกาญจน์อย่างผมรู้สึกว่ามันไกลเหลือเกิน ระยะทาง 700 กิโลเมตรกับอีกนิดหน่อย(ที่จำไม่ได้ว่าหน่อยไปเท่าไหร่) จากกาญจนบุรีขับรถไปแต่ละที เมื่อยไปทั้งตัว ต่อให้ขับบ้างพักบ้างก็เหนื่อยน่าดูชม แต่เชียงใหม่นั้นช่างมีเสน่ห์ดึงดูดให้ไปเที่ยวหาอยู่เรื่อยๆ ถึงจะไกลขนาดนี้ก็เถอะ ผมก็เดินทางไปเที่ยวเชียงใหม่ทุกๆปี บางครั้งพาลูกค้าทัวร์ไปเที่ยวบ้าง พาครอบครัวไปเที่ยวกันเองบ้าง จนจำถนนหนทางได้พอสมควร อีกทั้งยังมีเพื่อนอยู่ที่เชียงใหม่นิดหน่อย สำหรับผมเชียงใหม่ถึงแม้จะไกล ก็ยังน่าไปหาอยู่เสมอ
               ทริปนี้ครอบครัวผมวางแผนกันเอาไว้เกือบๆปี เนื่องจากสายการบิน low cost หางแดง(หุหุเดากันหน่อยนะ)มีโปรโมชั่นค่าตั๋วถูกก็เลยจองเอาไว้ล่วงหน้า โดยกำหนดวันเอาไว้ช่วงปิดเทอมพอดี เพื่อจะได้หอบหิ้วเอาเด็กๆไปนั่งเครื่องบินกันซักครั้งปกติหากจะไปเที่ยวกันในครอบครัว ผมมักจะนิยมขับรถกันไปเอง เนื่องจากว่าสามารถไปไหนและอยู่นานเท่าไหร่ก็ได้ตามอำเภอใจ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ก็ต้องทำตามโปรแกรมและตารางเวลา แต่สะดวกสบายเรื่องกินเรื่องเที่ยวเพราะทัวร์จัดการให้หมด หุหุเจ้าของบริษัททัวร์ก็ออกมาเที่ยวเองก็อยากเอ้อระเหยลอยชายบ้างแหละครับ
               เอาเป็นว่าผมเอาโปรแกรมเที่ยวเชียงใหม่แบบสบายๆมาแนะนำให้กับคนที่มีเวลาน้อยๆแล้วกันนะครับ ปกติเวลาเราเดินทางโดยรถยนต์ไปเชียงใหม่ก็ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบเต็มวัน เดินทางไปกลับก็เสียเวลาไปแล้ว 2 วัน หากใครมีเวลาแค่  2 วัน 1 คืนคงหมดโอกาสไปเชียงใหม่แน่นอน เพราะไม่มีเวลาเที่ยว ดังนั้นเราก็ย่นเวลาเดินทางจากรถยนต์เปลี่ยนเป็นเครื่องบินแทน เซฟเวลาได้เยอะเลยครับ
               ผมวางโปรแกรมโดยออกเดินทางจากกรุงเทพฯด้วยเครื่องบินเที่ยวแรกประมาณ 06.30 น. ถึงเชียงใหม่ก็ยังไม่แปดโมงเช้าเลยครับ นั่งรอบริษัทรถเช่านำรถมาส่งที่สนามบินสักพักก็ได้พาหนะพาเราเที่ยวเมืองเชียงใหม่กันแล้ว บริษัทที่ให้เช่ารถในเชียงใหม่มีหลายเจ้าลองเลือกกันดูนะครับ บริษัทท้องถิ่นก็มีคราวนี้ผมใช้บริษัทท้องถิ่น บริการดีคุยง่ายราคาสมเหตุสมผล แต่มีข้อแนะนำสักนิดนึงนะครับ ก่อนที่จะรับรถออกมา กรุณาตรวจสภาพรถให้เรียบร้อย ร่องรอยขูดขีด บุบครูดต่างๆ ให้คนส่งรถบันทึกไว้ให้หมดเนื่องจากเราไม่ได้เป็นคนทำให้เกิดรอยเหล่านี้ และตรวจสภาพยางด้วยนะเพราะบางครั้งยางรถหมดสภาพแล้ว ก้มดูสักนิดชีวิตปลอดภัยครับ รับรถเสร็จเราก็ออกไปแวะหามื้อเช้าทานกันก่อน ร้านอร่อยๆในเชียงใหม่มากมายเลือกทานกันตามอำเภอใจ อิ่มมื้อเช้าแล้วเราก็ออกเดินทางไปที่วัดพระธาตุจอมทอง พระธาตุประจำปีเกิดของคนปีชวด ตั้งอยู่ ณ อำเภอจอมทอง ห่างจากเชียงใหม่เกือบๆ60 กิโลเมตร สักการะองค์พระธาตุเสร็จแล้วก็กลับเข้ามาตัวเมืองเชียงใหม่อีกครั้ง ก่อนจะเดินทางไปเที่ยวศูนย์หัตถกรรมบ่อสร้าง อ.สันกำแพง พากันไปดูวิธีการวาดลวดลายลงบนร่ม เลือกซื้อของที่ระลึกสักหน่อยแล้วจึงเดินทางกันต่อ
               จุดหมายต่อไปคือพระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุประจำปีเกิดของคนปีมะแม แต่ว่าในทัวร์คณะนี้ไม่มีใครเกิดปีมะแมสักคน ก็ถือว่าได้มาเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นมงคลแก่ตัวเราเอง ขาขึ้นเราใช้บริการลิฟท์ของวัดสะดวกสบายดีจริงๆ ขาลงค่อยเดินลงมาเรื่อยๆ บันไดนาคของพระธาตุดอยสุเทพก็เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันพอสมควร เดินลงมาตามบันได้ก็แวะช็อปปิ้งกันมาเรื่อยๆ ข้างบันไดมีของฝากสำหรับคนทางบ้านหลากหลาย แต่ที่ผมชอบใจกลับเป็นสตรอเบอรี่สดใส่แก้วพร้อมจิ้มกินกับพริกเกลือ ทานแล้วเปรี้ยวๆหวานๆอร่อยดีครับ
               วันนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นทัวร์วัดกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จุดหมายต่อไปก็คือวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ซึงมีพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีมะโรง ซึ่งเชื่อกันว่าหากได้มานมัสการสักครั้งหนึ่งแล้ว จะทำให้อายุมั่นขวัญยืนมีศิริมงคลแก่ตัวเองวัดนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปโบราณคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่มานาน วัดพระสิงห์นี้บริษัทท่องเที่ยวต่างนิยมพาชาวต่างประเทศมาเที่ยวชมกันมากมาย เป็นโปรแกรมหลักเมืองเชียงใหม่ที่ฝรั่งต้องมาครับ
               วันเดียวไหว้ได้ถึง 3 พระธาตุ เมืองเชียงใหม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายจริงๆ 4 โมงเย็นออกจากวัดพระสิงห์ก็ได้เวลาเข้าสู่ที่พัก เก็บเสื้อผ้าพักผ่อนชั่วครู่ค่อยออกมาหามื้อเย็นรับประทานกัน อิ่มหนำสำราญกันแล้วโปรแกรมต่อไปก็คือการช็อปปิ้ง ตลาดไนท์บาร์ซ่ายังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่น่าไปเที่ยวชม เดี๋ยวนี้มีตลาดส่วนใหม่ขยายเพิ่มเติม สินค้าหลากหลายเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง เดินพอเมื่อยก็กลับเข้ามาพักผ่อนในโรงแรมหมดไปแล้วหนึ่งวัน
               เช้าวันรุ่งขึ้นเราไม่รีบร้อนอะไร มาเที่ยวนะครับไม่ใช่หนีเที่ยว จะได้รีบกินรีบตื่น วันนี้โปรแกรมสบายๆครับ ตื่นสายๆทานมื้อเช้าเสร็จแล้วออกไปหาซื้อของฝากสำหรับคนทางบ้าน แคปหมู น้ำพริกหนุ่ม หมูยอ ฯลฯ มาถึงต้นตำหรับทั้งทีก็ต้องพากลับบ้านกันหน่อย ซื้อของเสร็จหาทานมื้อเที่ยงพอมีเวลาเหลือ แวะไปร้านไอศกรีมของตลกชื่อดังที่เล่นกับคนอื่นแล้วไม่ขำ ต้องอยู่ตัวคนเดียวถึงจะเริ่ด แหะๆพอจะรู้กันใช่มะว่าร้านของใคร ร้านแต่งสไตล์แนวๆอาร์ตๆ รูปปั้นเซรามิคตัวใหญ่เด่นหน้าร้านใครมาก็ต้องถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระทึก(ลึก)สักหน่อย
               ทานไอติมอิ่มกาแฟเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปที่สนามบินกันส่งคืนรถเช่า เช็คอินตั๋ว รอขึ้นเครื่องกลับเที่ยวบินสักห้าโมงเย็นกำลังดี ถึงกรุงเทพฯเย็นๆยังไม่มืด แวะหามื้อเย็นอร่อยๆทานกันก่อนกลับบ้าน แค่นี้ก็จบทริปอย่างมีความสุขแล้วครับ  2 วัน 1 คืนก็ไปเที่ยวเชียงใหม่ได้เห็นมั๊ยเชียงใหม่ใกล้กว่าที่คิดจริงๆ

ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th   บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย





หัวแหลมที่...เขาแหลม


หัวแหลมที่...เขาแหลม
               หน้าฝนมาแล้ว คนไทยหนาวกันเป็นแถว ไม่ใช่เปียกฝนหรือว่าเจออากาศหนาวนะ แต่หนาวเพราะกลัวน้ำจะมาท่วมอีกครั้ง ฝันร้ายจากมหาอุทกภัยครั้งที่ผ่านมา ยังหลอกหลอนผู้ประสบภัยทั้งหลาย ผู้ที่อยู่ในเขตน้ำท่วมต่างก็เตรียมป้องกันน้ำท่วมอีกครั้ง รวมไปถึงรัฐบาลที่เตรียมพร้อมป้องกันภัยน้ำท่วม โดยการให้เขื่อนกักเก็บน้ำทั้งหลายทั่วประเทศพร่องน้ำเพื่อเตรียมรองรับน้ำที่จะมาในฤดูฝนปีนี้ จังหวัดกาญจนบุรีมีเขื่อนขนาดใหญ่สองเขื่อนคือเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์หรือเขื่อนเขาแหลม ทั้งสองเขื่อนต่างก็ระบายน้ำเพื่อเตรียมรองรับน้ำฝน ทำให้ระดับน้ำลดลงไปอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากเข้าสู่หน้าฝนมาสองเดือน ขณะนี้กาญจนบุรียังมีปริมาณน้ำฝนค่อนข้างน้อย ตามคติไทยที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ามาว่าปีไหนที่เดือนไทยของเรามีเดือน 8 สองหน ปีนั้นน้ำจะน้อยฝนจะไม่ชุกเหมือนปีอื่นๆ ซึ่งปีนี้ก็มีเดือน 8 สองครั้งเสียด้วย ก็ลองสังเกตกันดูครับว่าความรู้จากคนโบราณจะบอกเราถึงเรื่องปริมาณน้ำฝนได้หรือไม่
               การระบายน้ำในเขื่อนอย่างรวดเร็วในปีนี้และน้ำฝนที่ตกลงมาเพียงน้อยนิด ทำให้เขื่อนเขาแหลมมีปริมาณน้ำน้อยลงเร็วเกินกว่ากำหนด สำหรับนักตกปลาแล้วมันคือสัญญาณว่า ฤดูตกปลาล่าเหยื่อที่เขื่อนเขาแหลมได้มาถึงแล้ว กาญจนบุรีนั้นเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการตกปลาด้วย เขื่อนศรีฯและเขื่อนเขาแหลมถือเป็นแหล่งตกปลาอันดับหนึ่งของประเทศ ที่นักตกปลาทุกคนต่างต้องการมาเพื่อค้นหาโทรฟี่ใหญ่ๆให้กับตัวเอง ด้วยปริมาณปลาหลากหลายชนิดที่หนาแน่น และมีปลาที่นักตกปลาอยากประลองฝีมือด้วยนั่นก็คือ ปลาชะโดและปลากระสูบ แตที่เขื่อนเขาแหลมนั้นยังมีปลาเนื้อดีอีกชนิดหนึ่งชุกชุม นั่นก็คือปลาช่อน ปลาช่อนเขาแหลมนั้นจะตกได้ค่อนข้างง่ายเมื่อยามน้ำลด เพราะว่าน้ำจะลดต่ำลงกว่าแนวหญ้าและแนวป่าไมยราพที่ปลาช่อนนั้นแอบซ่อนตัวอยู่
               ยามน้ำเยอะ ปลาล่าเหยื่อทั้งหลายก็จะแอบซุ่มล่าเหยื่ออยู่ในดงไม้รก เมื่อมีเหยื่อชะตาขาดผ่านเข้ามาก็จะโจมตีอย่างรวดเร็ว พอน้ำลดลงแหล่งซุ่มตัวก็ลดน้อยลงไปด้วย นักตกปลาทุกคนก็จะมุ่งหน้าเข้าเขื่อนเพื่อที่ตกตกปลาช่อน ชะโดและกระสูบ กาญจนบุรีมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเพื่อตกปลาในแต่ละปีเป็นจำนวนไม่น้อย อย่างที่บอกไว้เมื่อตอนต้นว่า เขื่อนศรีฯและเขื่อนเขาแหลมเป็นแหล่งตกปลาอันดับหนึ่งของประเทศ ไม่ใช่แค่เพียงปริมาณปลาที่มีมาก แต่ความสะดวกสบายในการเดินทางมาเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีรองรับอย่างเพียงพอ ความสวยงามทางธรรมชาติที่เกินบรรยายและไม่มีกฎระเบียบที่ยุ่งยากเหมือนบางเขื่อนที่มีคนเพียงนิดเดียวคอยกำหนดกฎเกณฑ์และหาประโยชน์ในเรื่องเรือ เรื่องท่องเที่ยว
               นักตกปลาทั้งหลายจึงมุ่งหน้ามากาญจนบุรีเพื่อท่องเที่ยวและพักผ่อนในคราเดียวกัน การท่องเที่ยวจึงได้รับประโยชน์ไปเต็มๆเพราะนอกจากนักตกปลาแล้วยังมีครอบครัว เพื่อนฝูงตามมาพักผ่อนด้วย ที่พักบางแห่งก็เกิดขึ้นมาได้เพราะนักตกปลานี่แหละ ช่วงนี้เขื่อนเขาแหลมน้ำน้อย ปลาช่อนออกจากป่า นักตกปลาก็ออกจากเมืองมาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำไมที่เขื่อนเขาแหลมนี้ถึงมีปลาช่อนมากกว่าเขื่อนศรีฯ อาจจะเพราะว่ามีหุบมีร่องห้วยเยอะมากมายให้ปลาช่อนหลบซ่อนและขยายเผ่าพันธุ์
               เมื่อถึงฤดูตกปลาช่อน แพที่พักในเขื่อนเขาแหลมก็จะถูกจองโดยนักตกปลากันล่วงหน้า แพบางเจ้าจองกันข้ามเดือนเพราะขึ้นชื่อเรื่องปริมาณปลาและบริการดี อย่างเช่นแพตาเหน่งที่นักตกปลาจองกันเต็มทุกวันเสาร์ เพราะนอกจากที่พักแล้วยังมีบริการเรือพาไปตกปลา และบริการอาหารเครื่องดื่มครบถ้วน เรียกว่าสะดวกสบายเตรียมแค่สตางค์และคันเบ็ดพร้อมเหยื่อมาก็พอ เวลาที่นั่งเรือเพื่อไปตกปลาในเขื่อนนักตกปลาก็ยังสามารถแวะเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวในเขื่อนเขาแหลมได้ด้วย เช่นเกาะมะพร้าวที่มีแต่มะพร้าวกะทิเนื้อหนา แต่กว่าจะเดินจากริมตลิ่งขึ้นเกาะก็เมื่อยพอดูเหมือนกันขาลงยังต้องแบกมะพร้าวกลับลงมาด้วยฮ่าๆๆ แดดร้อนก็ไปหลบตกปลา ณ ผาผึ้งที่มีแพผาผึ้งที่พักดั้งเดิมแห่งเขื่อนเขาแหลมจอดอยู่ หรือจะนั่งเรือเพลินๆไปชมวัดจมน้ำ unseen Thailand ที่ตัวเมืองสังขละบุรี ก่อนจะเข้าไปตกปลาในลำน้ำบีคลี่ บริเวณที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ประตูเมือง” เนื่องจากในสมัยอยุธยา ยามพม่ายกทัพเพื่อเข้าตีกาญจนบุรี จะต้องผ่านช่องเขาช่องนี้เพียงช่องเดียว แนวเขาที่กางกั้นเปิดช่องเพียงนิดเดียวให้ผ่านได้ หลังจากสร้างเขื่อน ประตูเมือง ก็ยังเป็นช่องเขาให้เหล่าปลาผ่านเพื่อขึ้นไปวางไข่ในหน้าน้ำ
               จะมีใครรู้อีกหรือไม่นอกจากนักตกปลาว่าในเขื่อนเขาแหลมมีทางรถไฟสายมรณะพาดผ่าน ยังคงมีหลักฐานเนินหินที่วางรางและช่องเขาที่รถไฟเคยผ่าน หากใครเคยได้ยินเรื่องขุมทองโกโบริ ไม่ต้องสงสัยหรอกว่ายังเหลือรึไม่ เพราะถ้ามีญี่ปุ่นคงขนไปหมดแล้ว เนื่องจากสมัยก่อนแถวนี้ก็มีเครื่องบินผ่าน หลักฐานยังปรากฏชื่อผาเครื่องบิน เป็นหน้าผาจุดที่เครื่องบินญี่ปุ่นบินมาชนจนระเบิดต้นตอเรื่องเล่าของขุมทองโกโบริ ปลาเขาแหลมก็แสนอร่อย ปลาเนื้อดีหลายชนิดมีให้ชิมกัน ปลาช่อน ปลาคัง ปลากด ปลาแรด ปลาเค้า ปลายี่สก ปลาสร้อย ปลากรายและอีกหลายชนิด เรียกได้ว่าอยากกินปลามาเขื่อนเขาแหลมไม่ผิดหวัง
               ทานปลาเยอะๆแล้วเค้าว่าจะฉลาด อยากให้คนดูแลเรื่องน้ำท่วมมาทานปลาที่เขาแหลมจัง จะได้หัวแหลมแล้วรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ประเทศไทยจะไม่จมน้ำอีก
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th   บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย

วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปาย กี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม


               ปีนี้เริ่มต้นดีตั้งแต่ต้นปี ลูกค้ามากมายเรียกใช้บริการบริษัททัวร์ของผม โปรแกรมส่วนใหญ่มักจะไปทางภาคเหนือ เนื่องจากมีงานพืชสวนโลกอีกครั้ง แต่ภาคอีสานก็มีลูกค้าไปเที่ยวมากเป็นอันดับรองลงมา คงเป็นเพราะอากาศที่ยังหนาวอยู่ของยอดภูต่างๆ ทำให้นักท่องเที่ยวพากันไปสัมผัสกันหนาแน่น ภาคอีสานที่นิยมไปก็เช่นเชียงคาน ภูเรือ หรือไปหนองคายเพื่อเดินทางออกไปเที่ยวประเทศลาวเป็นต้น เชียงคานตอนนี้เจริญขึ้นมาก มีร้านรวง โรงแรม โฮมสเตย์ เพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวหนาตา คราวหน้าไปไม่รู้ว่า จะมี 7-11 อยู่กลางตลาดรึเปล่าฮ่าๆๆ
               เริ่มต้นที่ภาคเหนือแต่วกไปอีสานได้ไงไม่รู้ อย่างที่เกริ่นทีแรก เมื่อต้นปีผมมีทริปไปภาคเหนือพอสมควร แต่มักจะหยุดที่เชียงใหม่เพราะว่ามีงานพืชสวนโลก โชคดีจริงๆที่มีลูกทัวร์แสนน่ารักชุดหนึ่งแจ้งความประสงค์อยากไปเที่ยวปาย แม้จะไปช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่อากาศเริ่มจะแปรปรวนเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวแล้วก็เถอะ ก่อนไปก็โทรเช็คสภาพอากาศกับทางโรงแรม ซึ่งมีข่าวดีว่าอากาศยังเย็นสบาย แม้ว่ากลางวันแดดจะแรงและเริ่มจะร้อนก็เถอะ เช้าวันแรกที่เดินทางถึงเมืองเชียงใหม่ ล้างหน้าล้างตาทานมื้อเช้า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรถตู้ขึ้นสู่เมืองปาย ก็ได้สัมผัสกับอากาศหนาวที่มาต้อนรับเหมือนบอกว่า ที่นี่ภาคเหนือนะจ๊ะ ไม่ใช่เมืองกาญจน์ที่อากาศเกือบจะร้อนแม้จะพึ่งกลางเดือนกุมภาพันธ์ก็ตาม
               ก่อนเดินทางขึ้นสู่เมืองปาย ผมก็พาเหล่าลูกทัวร์แวะท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่สักนิด ก่อนที่จะลงมาสัมผัสเชียงใหม่แบบเต็มๆในวันมะรืน ก่อนจะออกรถก็ต้องดูแลลูกทัวร์สักนิดด้วยการแจกผลไม้แห้งรสเปรี้ยวเช่นเปลือกส้ม บ๊วย มะละกอแห้ง ไว้ทานบนรถตอนขึ้นปาย
               เมืองปายอยู่บนยอดเขาสูง เส้นทางเลี้ยวเลาะไปตามภูเขา เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง เดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวา ขบวนรถตู้ของเราค่อยๆขับตามกันไป มีวิทยุบอกเส้นทางจากรถคันแรกตลอดเวลา ศัพท์แสงบางคำฟังแล้วก็ขำๆ คำพูดเฉพาะกลุ่มได้ยินก็พอเดาได้ว่าอะไร เช่น “มดเอ็กซ์” สวนทางมาหนึ่งคัน ไม่สวม “ก.น.” ก็คือรถมอเตอร์ไซด์วิ่งสวนทางมาหนึ่งคัน ไม่สวมหมวกกันน็อก เดาได้เลยว่าคนขับอายุรุ่นไหน ทันดูไอ้มดแดงขี่มอเตอร์ไซด์ด้วยฮ่าๆๆ
               แหล่งท่องเที่ยวเมืองปายนั้นมีหลายแห่ง มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และที่คนเรามาสร้างขึ้น ที่นิยมไปกันก็เช่นคอฟฟี่อินเลิฟ ไปถ่ายรูปกับฉากและวิวสวยๆ พร้อมดื่มกาแฟหรือโกโก้ ส่วนจะอร่อยรึเปล่านั้น ต้องไปชิมเองครับ
               สะพานประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ใครๆมาปายก็ต้องไปเดินย่ำบนสะพาน เพื่อให้รู้ว่ามาถึงปายแล้ว เดี๋ยวนี้มีรถสามล้อและอุปกรณ์ประกอบฉากถ่ายรูปขึ้นไปโชว์ด้วย คงเพราะสะพานเปล่าๆไม่น่าดึงดูดยามเมื่อคนขึ้นไปเที่ยวชม แต่ผมว่าแค่วิวที่เห็นจากบนสะพานก็สวยงามเพียงพอแล้ว ไม่ต้องเสริมเติมแต่งใดๆ  
               วัดน้ำฮูและหลวงพ่ออุ่นเมืองที่ชาวปายเคารพนับถือ ต้องมาสักการะขอพรและรดน้ำมนต์ทุกครั้งที่มาปาย และ วัดพระธาตุแม่เย็น ที่นักท่องเที่ยวมารอชมพระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขายามเย็น ชมทิวทัศน์เมืองปาย ยามอาทิตย์อัสดง สวยงามไปอีกแบบ
               หมู่บ้านสันติชน จีนยูนนาน แหล่งชาหลากหลายและเกาลัคคั่วลูกใหญ่ที่หวานมัน คั่วกันสดๆ เก็บไว้ได้หลายวัน ทดสอบโดยซื้อกลับมาฝากคนทางบ้าน กว่าจะถึงมือก็สามสี่วัน แวบเดียวหมด สัญลักษณ์อีกอย่างนึงของหมู่บ้านนี้คือ ชิงช้าสวรรค์ที่ใช้แรงงานคนหมุน เห็นสาวๆแต่ละคนนั่งแล้วสนุกมาก ร้องกันวี๊ดว้าย ท่าทางเสียวดีพิลึก
               และมาเที่ยวทั้งทีจะไม่มีที่ช็อปปิ้งได้อย่างไร ถนนคนเดิน แหล่งท่องเที่ยวยามเย็น ที่ร้านรวงขายของฝาก ของที่ระลึกต่างๆมากมายมารวมกัน เสื้อยืด โปสการ์ด ที่ติดตู้เย็น พวงกุญแจ หมวกไหมพรม ฯลฯ อาหารการกินหรือขนมอร่อยๆก็มี เมืองปายคึกคักยามค่ำคืนที่ถนนคนเดินนี่เอง
               ก่อนล่ำลาเมืองปาย ยามเช้าใส่บาตรข้าวเหนียวกันสักนิด ได้บุญกุศลก่อนเดินทางกลับ ขากลับก็เหมือนเดิมครับ แจกของทานเล่นรสเปรี้ยวแก้เมารถ พร้อมถุงสำหรับคนที่ไม่ไหว คงเดากันไม่ยากนะครับ ว่าเวลาเมารถมากๆจะเป็นอย่างไป ผมมา “ปาย” กี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม เมารถทุกทีฮ่าๆๆ
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th   บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย