ปีนี้เริ่มต้นดีตั้งแต่ต้นปี ลูกค้ามากมายเรียกใช้บริการบริษัททัวร์ของผม โปรแกรมส่วนใหญ่มักจะไปทางภาคเหนือ เนื่องจากมีงานพืชสวนโลกอีกครั้ง แต่ภาคอีสานก็มีลูกค้าไปเที่ยวมากเป็นอันดับรองลงมา คงเป็นเพราะอากาศที่ยังหนาวอยู่ของยอดภูต่างๆ ทำให้นักท่องเที่ยวพากันไปสัมผัสกันหนาแน่น ภาคอีสานที่นิยมไปก็เช่นเชียงคาน ภูเรือ หรือไปหนองคายเพื่อเดินทางออกไปเที่ยวประเทศลาวเป็นต้น เชียงคานตอนนี้เจริญขึ้นมาก มีร้านรวง โรงแรม โฮมสเตย์ เพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวหนาตา คราวหน้าไปไม่รู้ว่า จะมี 7-11 อยู่กลางตลาดรึเปล่าฮ่าๆๆ
เริ่มต้นที่ภาคเหนือแต่วกไปอีสานได้ไงไม่รู้ อย่างที่เกริ่นทีแรก เมื่อต้นปีผมมีทริปไปภาคเหนือพอสมควร แต่มักจะหยุดที่เชียงใหม่เพราะว่ามีงานพืชสวนโลก โชคดีจริงๆที่มีลูกทัวร์แสนน่ารักชุดหนึ่งแจ้งความประสงค์อยากไปเที่ยวปาย แม้จะไปช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่อากาศเริ่มจะแปรปรวนเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวแล้วก็เถอะ ก่อนไปก็โทรเช็คสภาพอากาศกับทางโรงแรม ซึ่งมีข่าวดีว่าอากาศยังเย็นสบาย แม้ว่ากลางวันแดดจะแรงและเริ่มจะร้อนก็เถอะ เช้าวันแรกที่เดินทางถึงเมืองเชียงใหม่ ล้างหน้าล้างตาทานมื้อเช้า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรถตู้ขึ้นสู่เมืองปาย ก็ได้สัมผัสกับอากาศหนาวที่มาต้อนรับเหมือนบอกว่า ที่นี่ภาคเหนือนะจ๊ะ ไม่ใช่เมืองกาญจน์ที่อากาศเกือบจะร้อนแม้จะพึ่งกลางเดือนกุมภาพันธ์ก็ตาม
ก่อนเดินทางขึ้นสู่เมืองปาย ผมก็พาเหล่าลูกทัวร์แวะท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่สักนิด ก่อนที่จะลงมาสัมผัสเชียงใหม่แบบเต็มๆในวันมะรืน ก่อนจะออกรถก็ต้องดูแลลูกทัวร์สักนิดด้วยการแจกผลไม้แห้งรสเปรี้ยวเช่นเปลือกส้ม บ๊วย มะละกอแห้ง ไว้ทานบนรถตอนขึ้นปาย
เมืองปายอยู่บนยอดเขาสูง เส้นทางเลี้ยวเลาะไปตามภูเขา เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง เดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวา ขบวนรถตู้ของเราค่อยๆขับตามกันไป มีวิทยุบอกเส้นทางจากรถคันแรกตลอดเวลา ศัพท์แสงบางคำฟังแล้วก็ขำๆ คำพูดเฉพาะกลุ่มได้ยินก็พอเดาได้ว่าอะไร เช่น “มดเอ็กซ์” สวนทางมาหนึ่งคัน ไม่สวม “ก.น.” ก็คือรถมอเตอร์ไซด์วิ่งสวนทางมาหนึ่งคัน ไม่สวมหมวกกันน็อก เดาได้เลยว่าคนขับอายุรุ่นไหน ทันดูไอ้มดแดงขี่มอเตอร์ไซด์ด้วยฮ่าๆๆ
แหล่งท่องเที่ยวเมืองปายนั้นมีหลายแห่ง มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และที่คนเรามาสร้างขึ้น ที่นิยมไปกันก็เช่นคอฟฟี่อินเลิฟ ไปถ่ายรูปกับฉากและวิวสวยๆ พร้อมดื่มกาแฟหรือโกโก้ ส่วนจะอร่อยรึเปล่านั้น ต้องไปชิมเองครับ
สะพานประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ใครๆมาปายก็ต้องไปเดินย่ำบนสะพาน เพื่อให้รู้ว่ามาถึงปายแล้ว เดี๋ยวนี้มีรถสามล้อและอุปกรณ์ประกอบฉากถ่ายรูปขึ้นไปโชว์ด้วย คงเพราะสะพานเปล่าๆไม่น่าดึงดูดยามเมื่อคนขึ้นไปเที่ยวชม แต่ผมว่าแค่วิวที่เห็นจากบนสะพานก็สวยงามเพียงพอแล้ว ไม่ต้องเสริมเติมแต่งใดๆ
วัดน้ำฮูและหลวงพ่ออุ่นเมืองที่ชาวปายเคารพนับถือ ต้องมาสักการะขอพรและรดน้ำมนต์ทุกครั้งที่มาปาย และ วัดพระธาตุแม่เย็น ที่นักท่องเที่ยวมารอชมพระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขายามเย็น ชมทิวทัศน์เมืองปาย ยามอาทิตย์อัสดง สวยงามไปอีกแบบ
หมู่บ้านสันติชน จีนยูนนาน แหล่งชาหลากหลายและเกาลัคคั่วลูกใหญ่ที่หวานมัน คั่วกันสดๆ เก็บไว้ได้หลายวัน ทดสอบโดยซื้อกลับมาฝากคนทางบ้าน กว่าจะถึงมือก็สามสี่วัน แวบเดียวหมด สัญลักษณ์อีกอย่างนึงของหมู่บ้านนี้คือ ชิงช้าสวรรค์ที่ใช้แรงงานคนหมุน เห็นสาวๆแต่ละคนนั่งแล้วสนุกมาก ร้องกันวี๊ดว้าย ท่าทางเสียวดีพิลึก
และมาเที่ยวทั้งทีจะไม่มีที่ช็อปปิ้งได้อย่างไร ถนนคนเดิน แหล่งท่องเที่ยวยามเย็น ที่ร้านรวงขายของฝาก ของที่ระลึกต่างๆมากมายมารวมกัน เสื้อยืด โปสการ์ด ที่ติดตู้เย็น พวงกุญแจ หมวกไหมพรม ฯลฯ อาหารการกินหรือขนมอร่อยๆก็มี เมืองปายคึกคักยามค่ำคืนที่ถนนคนเดินนี่เอง
ก่อนล่ำลาเมืองปาย ยามเช้าใส่บาตรข้าวเหนียวกันสักนิด ได้บุญกุศลก่อนเดินทางกลับ ขากลับก็เหมือนเดิมครับ แจกของทานเล่นรสเปรี้ยวแก้เมารถ พร้อมถุงสำหรับคนที่ไม่ไหว คงเดากันไม่ยากนะครับ ว่าเวลาเมารถมากๆจะเป็นอย่างไป ผมมา “ปาย” กี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิม เมารถทุกทีฮ่าๆๆ
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex www.dsr.co.th DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย
