วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ล่องใต้เมืองนครฯ



ปีนี้ผมรู้สึกว่ามีดวงสมพงศ์กับภาคใต้เสียเหลือเกิน มานับๆดูแล้วครึ่งปีมานี้ผมมาภาคใต้เฉลี่ยเดือนละครั้ง บางคนอาจจะคิดว่าแค่นั้นเอง แต่สำหรับผมที่ต้องทำทัวร์นั้น แสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยวทางภาคใต้เริ่มฟื้นกลับคืนขึ้นมาแล้ว ปีที่แล้ว ผมแทบจะไม่มีทริปมาภาคใต้เลย เพราะมีเหตุต่างๆเกิดขึ้นมาทำให้นักท่องเที่ยวหวาดระแวงการมาเที่ยวในเขตนี้ ผมคงไม่ยกตัวอย่างมาให้ผู้อ่านหวาดระแวง จังหวัดหนึ่งที่ผมไปบ่อยที่สุดก็คือเมืองนครฯหรือนครศรีธรรมราชนั่นเอง

               นครศรีธรรมราชเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของภาคใต้ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีความสําคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และศาสนามากที่สุดเมืองหนึ่ง ของประเทศไทยและเพื่อนบ้านใกล้เคียง มีสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ผู้คนทั่วประเทศหวังที่จะมีโอกาสไปสักการะให้ได้สักวัน และนครศรีธรรมราชยังมีหลักฐานทางโบราณคดียืนยันได้ว่ามีชื่อเสียง และถือกำเนิดมากว่า1800 ปีมาแล้ว
               พูดเรื่องประวัติศาสตร์มากๆพาลจะพากันหลับ เมืองนครฯมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย อาหารการกินก็แสนอร่อย เรื่องกินไปเที่ยวไปนี่ผมชอบจริงๆ ไปหาของรับประทานต่างบ้านต่างเมือง รสชาติแตกต่างจากบ้านเรามีความสุขไปอีกแบบ  อาหารทางใต้นั้นรสจัดจ้าน เผ็ดร้อนแต่ก็เต็มไปด้วยประโยชน์จากสมุนไพรไทย อาหารใต้แม้จะเผ็ดแต่ก็ห้ามใจไม่ได้ อาหารอร่อยที่ต้องลองเวลามาเมืองนครฯก็เช่น คั่วกลิ้งหมู น้ำพริกกุ้งเสียบ แกงส้มยอดมะพร้าว ผัดใบเหลียง ใบเหลียงต้มกะทิ และอื่นๆอีกมากมาย เรียกว่าอยู่เมืองนครฯนานๆนี่ถึงกับอ้วนเลยทีเดียว นอกจากของคาวแล้ว ของหวานอย่างหนึ่งที่แนะนำให้ทานกันก็คือ “มังคุดคัด”  โดยใช้มังคุดห่ามที่ยังไม่สุกแกะเปลือกแช่น้ำเกลือเสียบไม้ รสชาติหวานกรอบกินได้ทั้งลูกไม่ต้องคายเม็ด หาทานที่อื่นไม่ได้นอกจากเมืองนคร ราคาก็แล้วแต่ขนาดของลูกมังคุด ถูกแพงแล้วแต่ท่านจะคิดแต่ถ้าหากเห็นมือของคนแกะแล้วท่านจะรู้สึกว่า มังคุดคัดนั้นราคาไม่แพงและน่าอุดหนุนจริงๆ เพราะกว่าจะได้มังคุดคัดแต่ละไม้นั้น มือคนแกะต้องโดนยางมังคุดกัดจนน่าสงสาร ถ้าไปนครศรีธรรมราชอย่าลืมอุดหนุน “มังคุดคัด” คนละไม้สองไม้นะครับ หรอยจริงๆ
               ไปเรื่องกินซะเยอะแยะเชียว ทำไงได้เรามันคนชอบทานของอร่อยซะด้วย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว แนะนำสักสองร้านของเมืองนครฯหน่อยก็คือ ร้านชาวเรือ และ ร้านครัวอันดามัน เชิญไปชิมกันได้ ร้านอื่นๆก็มีอีกนะครับแต่แนะนำไม่ทั่วถึง ลองสอบถามคนนครฯดูแล้วกันรับรองไปทานกันไม่หวาดไม่ไหว
               สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองนครฯที่คนนิยมเป็นอันดับหนึ่งผมว่าต้องเป็นที่นี่แน่นอน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” ปูชนียสถานแห่งเมืองนครฯ ภายในมีพระธาตุซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ภายใน กิจกรรมที่นิยมเมื่อมาสักการะพระบรมธาตุคือ นมัสการพระมหาธาตุ โบราณสถานคู่เมืองภาคใต้ ขอพรองค์ท้าวจตุคามรามเทพ เทพารักษ์ผู้เฝ้าองค์พระมหาธาตุ และการแห่ผ้าขึ้นพระธาตุโดยท่านจะต้องนำผ้ามาเองหากไม่ตรงกับช่วงงานแห่ผ้าขึ้นพระธาตุฯของเมืองนครฯ ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ยังมีสถานที่ให้ท่องเที่ยวอีกหลายจุด เช่นพิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณภายในวัด ทางเดินของสมเด็จพระเจ้าตากสินเพื่อพบพระศรีอริยเมตไตรย และตำนานพระพุทธรูปเดินได้ที่ต้องมัดไว้และเสียบด้วยดาบ นอกจากนั้นยังมีวิหารพระแอดที่เชื่อว่าหากท่านใดมีโรคปวดหลังให้มาสักการะพระสังกัจจายน์ในวิหารแล้วนำไม้ที่มีในวิหารไปค้ำหลังพระเอาไว้โรคปวดหลังก็จะหาย แต่ที่เห็นว่าผู้คนนิยมไปขอพระแอดท่านมากก็คือการขอให้มีลูก มีรูปของเด็กๆเยอะแยะมากมายที่พ่อแม่มาขอจากพระแอดแล้วสมความปรารถนา หากท่านใดมีปัญหามีบุตรยาก ลองมาสักการะขอพรพระแอดท่านดูนะครับเผื่อจะสมความปรารถนา ส่วนผมไม่ขอแล้วล่ะครับบุตรธิดา เพราะไม่อย่างนั้นต้องขอแม่ของลูกตามมาด้วยฮ่าๆๆ
 เมืองนครฯยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมาก เช่นพิพิธภัณฑ์หนังตะลุงหรือบ้านหนังตะลุง คุณสุชาติ ทรัพย์สิน ทะเลงามและน้ำตกต่างๆ หากมีเวลาอยากให้ท่านลองมาสัมผัสเมืองนครฯดูสักครั้งครับ การเดินทางแสนสะดวกทั้งทางรถยนต์ รถบัส รถไฟ ทางเครื่องบินก็มีทั้งนกแอร์และแอร์เอเชีย ให้ขึ้นที่ดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิตามสะดวก คราวหน้าไปล่องใต้จังหวัดอื่นๆกันนะครับ
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex     www.dsr.co.th DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th
สบายสบาย


แม่สาย.........แล้วแล้วนู๋จะทันไหม

แม่สาย.........แล้วแล้วนู๋จะทันไหม

               ลมหนาวมาแล้ว....ปีนี้มีมหาอุทกภัยยังไม่ทันจาง อากาศหนาวก็เริ่มลงมาจากทางเหนือ บ้านใครที่น้ำลดแล้วก็เริ่มทำความสะอาด อากาศแบบนี้บ้านแห้งเร็ว คงชอบใจ แต่ใครที่น้ำยังท่วมบ้านอยู่ ก็ขอให้อดทนต่อสู้กันอีกสักนิดนะครับ น้ำกำลังลดลงเรื่อยๆ เมื่อน้ำแห้งแล้วก็ไปท่องเที่ยว เยียวยาหัวใจกัน
               เข้าฤดูหนาวทีไร แหล่งท่องเที่ยวตามป่าเขา ดอยสูงและภูต่างๆ มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยียนกันหนาแน่น ได้โอกาสนำเสื้อกันหนาวสวยๆที่เก็บไว้ในตู้ออกมาสวม โดยปกติฤดูหนาวของภาคอื่นๆ คือฤดูฝนของชาวใต้ เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ชาวใต้ต่างหลั่งไหลมาเที่ยวภาคเหนือและอีสานกันมากมาย เดินทางกันครั้งละไม่ต่ำกว่าห้าวัน ด้วยระยะทางค่อนข้างไกล แต่ก็ยินดีนั่งรถไปสัมผัสอากาศหนาวกัน โปรแกรมจากภาคใต้จะแวะพักที่ภาคกลางในคืนแรก เช่นสวนผึ้ง กรุงเทพฯ อัมพวา สุพรรณหรือกาญจนบุรี โดยเฉพาะกาญจนบุรีชาวใต้นิยมชมชอบกันมาก เพราะได้สนุกสนานกับแพเธคของเมืองกาญจน์ที่โด่งดังไปทั่วประเทศ หากยังไม่รู้จะใช้บริการของที่ใด แนะนำ เดือนฉายรีสอร์ทครับ ที่นักท่องเที่ยวมาใช้บริการกันมากมายเป็นประจำทั้งปี แพเธคขนาดใหญ่สะดวกสบายได้มาตรฐาน ปลอดภัย และมีที่พักสวยๆไว้บริการพร้อมสรรพ เรียกว่ามาที่เดียวได้ครบทุกอย่าง ลองเข้าไปชมบรรยากาศเค้าได้ที่นี่ครับ www.duenshine.com หรือจะโทรไปคุยกับรีเซฟชั่นเสียงใสใจดีก็ได้ที่ 034-653369 – 70 ,081-7360044 แล้วจะติดใจครับ
               ทุกๆปีผมจะมีลูกค้าไปภาคเหนือช่วงฤดูหนาวเสมอๆ จังหวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปก็คือเชียงราย เหนือสุดประเทศไทย เมืองเชียงรายมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ภูและดอยให้เที่ยวมากมายเช่น ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ดอยช้าง ดอยตุง เยอะแยะจริงๆ ค่อยๆไปเที่ยวกันทีละแห่งแล้วกันนะครับ
               อำเภอแม่สายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเชียงราย ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกันมาก เนื่องจากแม่สายมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือตลาดแม่สายและตลาดท่าขี้เหล็กของพม่า เมืองแม่สายมีชายแดนติดกับพม่า มีแม่น้ำกั้นระหว่างประเทศ เราสามารถข้ามไปเที่ยวยังตลาดท่าขี้เหล็กฝั่งเมืองพม่าได้ โดยการทำบัตรผ่านแดนที่ศูนย์ราชการ หลักฐานที่ใช้เพียงแค่บัตรประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้ เสียค่าธรรมเนียม 30 บาท เมื่อข้ามแดนไปก็จะเสียค่าผ่านแดนพม่าอีก 10 บาท สินค้าที่ขายในตลาดท่าขี้เหล็กนั้นก็คล้ายกันกับฝั่งไทยที่ตลาดแม่สาย เป็นสินค้าจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพต่ำ ราคาถูกจากประเทศจีน อาหารทะเลแห้ง ผลไม้แห้ง เหล้าบุหรี่หนีภาษี สินค้ายี่ห้อดังๆประเภทเสื้อผ้า แว่นตาเครื่องประดับ แต่เป็นของเลียนแบบแทบทั้งหมด หนังต่างๆทั้งภาพยนตร์ไทย จีน เกาหลี ฝรั่ง ซีรี่เกาหลี ซี่รี่ฝรั่ง คอนเสิร์ต เดินแล้วรู้สึกน่าเลือกซื้อหา น่าเสียตังค์ช็อปปิ้งจริงๆ
               แต่ก่อนที่จะซื้อ โปรดระวังสักนิดครับ เริ่มจากบุหรี่นอกยี่ห้อดังๆที่คนไทยนิยมสูบ เวลาท่านเดินอยู่ในตลาดจะเจอกับคนขายบุหรี่ที่มาพร้อมกับแผงขายแบบแผงลอตเตอรี่ห้อยคอ ซึ่งเวลาโชว์คนซื้อจะใช้กล่องจริง เมื่อตกลงซื้อแล้วจะรีบห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ให้โดยเร็ว เมื่อกลับมาสู่ฝั่งไทย แกะออกมาดูบุหรี่อเมริกากลายร่างเป็นบุหรี่พม่าราขึ้นซะอย่างนั้น คนซื้อได้แต่ทำใจว่า อย่างน้อยก็ได้บุหรี่นอกเหมือนกัน แต่คนละยี่ห้อเท่านั้นเองฮ่าๆๆ อาจจะดูเป็นตลกร้าย แต่มันก็อันตรายเหมือนกันเวลาที่ไปจับจ่ายซื้อของที่ตลาดท่าขี้เหล็ก ยิ่งชายหนุ่มน้อยใหญ่ทั้งหลายเวลาไปที่นั่น จะถูกคนขายเดินตามแน่นอน เหมือนท่านมีเสน่ห์ ก่อนที่จะถูกตื้อให้ซื้อ ไวอะกร้าจีน ที่กินไปแล้วไม่รู้ว่าอะไรจะแข็งก่อนกันระหว่างเจ้าโลกกับตัวคนกินที่แข็งตายเพราะยาไม่มีคุณภาพ โดนตื้อให้ซื้อหนังโป้ ที่บอกว่าแผ่นละยี่สิบแต่ถ้าซื้อสิบแผ่นร้อยเดียว พร้อมห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ให้(อีกแล้ว) พอกลับมาเปิดดูอารมณ์หดเพราะเหลือหนังแผ่นเดียว ซื้อบุหรี่มาสูบแก้กลุ้มก็กลุ้มกว่าเดิม เพราะโดนบุหรี่ปลอม ยิ่งตอนขากลับออกจากด่านพม่า อาจจะถูกเรียกตรวจและเรียกค่าปรับจากสินค้าที่เราซื้อ ซึ่งไม่รู้ว่าผิดจริงหรือไม่ สินค้าที่โดนแน่นอนคือโทรศัพท์มือถือ ถ้าซื้อโทรศัพท์ให้ทิ้งกล่อง เอาแต่เครื่องและอุปกรณ์กลับ เอาซิมใส่เครื่องด้วยนะครับ หากซื้อหลายเครื่องให้แบ่งคนอื่นๆถือบ้าง มิเช่นนั้น ให้คนขายข้ามมาส่งที่ฝั่งไทยแล้วค่อยจ่ายเงินจะดีกว่า
               เล่าขนาดนี้แล้วจะมีใครกล้าซื้ออะไร ถือเสียว่าเราไปเดินเที่ยวครับ ตลาดแม่สายฝั่งไทยก็มีคล้ายๆกัน ยกเว้นว่าเรารู้ราคาสินค้าจริงๆและทางท่าขี้เหล็กถูกกว่าเยอะและไม่เป็นของผิดกฎหมาย ก็ซื้อกันสนุกสนาน หากไม่แน่ใจ กลับมาซื้อฝั่งไทยดีกว่า อาจจะสูงกว่านิดนึงแต่สบายใจกว่ากันเยอะ เห็นมั๊ยครับเที่ยวเมืองไทยดีกว่า อ้อเกือบลืมไป ด่านแม่สายเปิดให้ข้ามได้ตั้งแต่เวลา 06.30 - 18.00 น. อย่าช็อปเพลินจนลืมเวลาด่านปิดซะล่ะครับ เดี๋ยวคุณแม่ช็อปปิ้งเพลินจนเย็นย่ำ ลูกจะถาม “แม่สายแล้ว.....นู๋จะทันดูการ์ตูนตอนเย็นไหม”   
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th
สบายสบาย

เหล่าตั๊กลัก ตลาดฟื้นชีวิต

เหล่าตั๊กลัก ตลาดฟื้นชีวิต

by Pro Pex on Tuesday, November 2, 2010 at 4:12pm ·


มีโอกาสได้ไปเยือนชุมชนเก่าแก่ริมน้ำดำเนินสะดวก จากการเชิญชวนของเพื่อนสาวคนสนิท ที่แอบไปนอนล่วงหน้า
แล้วโทรมาเล่าให้เกิดความอยากตามไปดูบ้าง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ อาหารประจำพื้นที่หรือเปล่าที่ทำให้อยากไปชิมซะเหลือเกิน
"ข้าวแห้ง" ได้ยินแล้วฝืดคอพิกล เห็นรูปที่โพสในเฟสบุ๊คแล้วให้สงสัย มันจะอร่อยไหมเนี่ยะ
เอาของกินมาล่อ ก็เลยต้องตามไปดูในวันรุ่งขึ้น
ชื่อตลาดได้ยินมานาน ตั้งแต่สมัยอบรมไกด์
แต่มีทัวร์มาแค่ตลาดน้ำดำเนิน รึไม่ก็เลยไปอัมพวาทุกที ขับรถเข้าทางสี่แยกกลางตลาดดำเนิน
มีป้ายบอกทางไปโดยตลอด "เหล่าตั๊กลัก" หรือตลาดน้ำปากคลองลัดพลี วิ่งไปเรื่อยๆนิดเดียวถึงแล้ว
ที่จอดรถกว้างขวาง ไปถึงตอนบ่ายสามโมงกว่าๆ หุหุหุ ตลาดวายซะแล้ว อย่างนี้ข้าวแห้งที่อยากทานจะเหลือรึเนี่ยะ
หิวก็หิว หิ้วท้องมาจากกาญจนบุรี จะไปทานก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยที่โพธารามก็ไม่ทัน เพราะเสียเวลาที่บ้านยายเด็กๆซะก่อน
ก๋วยเตี๋ยวหมด อดทาน หวังน้ำบ่อหน้าคือ"ข้าวแห้ง" ปรากฏว่าน้ำบ่อหน้าแห้งตามชื่อข้าวแห้งไปเลย
เพราะอาหารการกินที่นี่เค้าขายกันแต่เช้า เที่ยงๆก็แทบจะหมดอยู่แล้ว มาตอนนี้ก็ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศซะหน่อยแล้วกัน



ตัว ตลาดคือชุมชนเก่าแก่อยู่ปากคลองลัดพลี เป็นชุมชนชาวจีน ดูจากชื่อก็รู้แล้ว ร้านรวงไม่เยอะเท่าไหร่ ก็มาซะตอนนี้ คุณเพื่อนยังมีแซวอีกว่า "แล้วอะไรมันจะเหลือเรอะ" อืมก็อดกินข้าวแห้งไปตามระเบียบ ไม่เป็นไร น้ำบ่อหน้าที่ใหม่คือร้านอาหารอร่อยชื่ออะไรไม่รู้ของ ผู้ดูแลเด็กๆ ที่เคยมาทานเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว "ขับไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็เจอเองแหละน่า ไม่เจอก็หาอย่างอื่นทาน" หุหุข้าวเที่ยงของผู้ชาย2คนในบ้าน คงได้ทานตอนสี่โมงเย็นแน่นอนเลย ก็เดินชมตลาดบรรยากาศขลังๆ อากาศเย็นสบาย มีเรือวิ่งไปวิ่งมาเรื่อยๆ หากอยากนั่งเรือเที่ยวตลาดน้ำ ไปชมเตาตาลและร้านรวงต่างๆก็สามารถใช้บริการได้ที่ตลาดนี้





ชาว ตลาดที่นี่อัธยาศัยดี ยิ้มแย้มกันแทบทุกคน พบนางแบบท่านนี้ใส่เสื้อสวยงาม พอขอถ่ายรูปหน่อยไม่มีอิดออด แสดงตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี "โอ้ดำเนิน เธอสวยเหลือเกินดำเนินของพี่" ผมล่ะสงสัยจริงๆเลย มีผู้หญิงที่ไหนชื่อดำเนินบ้างไหม ไม่เคยได้ยิน แต่ก็ไม่กล้าถาม เดี๋ยวเจ้าบ้านเค้าจะจับผมใส่เรือไปขายซะฉิบ



อากาศ ดีๆ นั่งชมวิวริมน้ำ พร้อมกาแฟอุ่นๆสักแก้ว ถ้าเรือขนมผ่านมาก็เรียกมาเลือกเป็นของว่างสักหน่อย อืม มีคนข้างๆมาคุยด้วยกันนะ หน้าหนาวแบบนี้มันคงอบอุ่นดีจริงๆ (สมัยนี้เค้าว่า ชิวชิว)




ร้าน กาแฟอยู่ตรงหน้านี่เอง ไม่ได้ข้ามไปเที่ยวเพราะเห็นว่ากำลังเก็บร้านแล้ว พึ่งรู้ตอนกลับมาจากเพื่อนรุ่นพี่ว่า ร้านนี้มีช้างเผือกอยู่่คู่นึง แต่ต้องมาให้ถูกวันนะ เพราะเสาร์อาทิตย์ถึงจะกลับบ้าน วันธรรมดาสองคนพี่น้องเค้าไปเรียนในกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรน่ะ เดี๋ยวนี้ร้านกาแฟที่ไหนๆก็มี WiFi ฟรี คราวหน้ามาคนเดียวไปนั่งส่งทริปที่ร้านนี้ดีกว่า ต้องมาคนเดียวนะแหะๆ ไม่ใช่อะไรหรอกมากับคนอื่นก็นั่งแช่ไม่ได้ไง



หันกลับมาเจอกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน อืมตลาดเก่าแต่ก็ทันสมัยนะเนี่ยะ


เห็น ป้ายนี้แล้ว อยากให้ชุมชนนี้ร่วมมือกันสำเร็จ เพื่อรักษาชุมชนเอาไว้ ก่อนที่จะโดนนายทุนกว้านซื้อไปทั้งหมด ระหว่างเดินถ่ายรูปก็มีแต่คนมองแบบสงสัย ตาคนนี้แบกกล้องมาถ่ายอะไร ตลาดวายหมดแล้ว แต่สเน่ห์ของตลาดนี้ที่ผมเห็นคนรุ่นเก่า ที่มานั่งดื่มน้ำชาคุยกันริมน้ำยามบ่ายๆ กับคนรุ่นใหม่นั่งล้อมวงเก็บล้างอุปกรณ์ แต่คนทั้งสองรุ่นคุยเรื่องเดียวกัน คือทำอย่างไรเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน ถ้าคนในชุมชนเห็นพ้องต้องกัน การจะพัฒนาก็เกิดขึ้นได้ไม่ยากครับ



ฝากตลาดนี้ไว้ให้เพื่อนๆไปเยี่ยมไปเยือนกันบ้างนะครับ
ต่อไปอาจจะมีทัวร์จักรยานเกิดขึ้นด้วยนะ รอเจ้าของโครงการมีแรงทำอยู่นะครับฮ่าๆๆ

ผมลืมหัวใจไว้ที่ภูเก็ต

ผมลืมหัวใจไว้ที่ภูเก็ต

by Pro Pex on Saturday, June 18, 2011 at 5:57pm ·

                                คุณเคยหลงใหลใครสักคนไหม แม้จะพบกันเพียงครั้งเดียว เพียงแค่ครั้งเดียวก็เฝ้าคิดคะนึงหา อยากกลับไปใกล้ชิด สัมผัสความน่ารัก ความงาม ความอ่อนหวานของใครคนนั้น อีกสักครั้ง และอีกหลายๆครั้ง
                                ภูเก็ต.....คำนี้ได้ฟังแล้วชวนให้ถวิลหา เปรียบเหมือนหญิงสาวที่ผลิบานเต็มที่ เป็นสาวงามที่อวดโฉมความสวยงามแก่ผู้คนทั่วไป และเมื่อใครได้สัมผัส ก็จะหลงใหล.....เหมือนผม

ภูเก็ต ไข่มุกแห่งอันดามัน คำเปรียบเทียบนี้ไม่เกินจริงเลย เมืองแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนหลายคนทั่วโลกเฝ้าถวิลหา อยากที่จะมาสัมผัส ท้องฟ้า ท้องทะเล หาดทราย แสงแดด ธรรมชาติอันสวยงามและผู้คนที่น่ารัก แหล่งท่องเที่ยวในภูเก็ตนั้นมากมายจริงๆ  ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิต แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวที่ทันสมัยสะดวกสบายและสนุกสนาน ทุกสิ่งทุกอย่างสัมผัสได้ที่นี่.....ภูเก็ต

แหล่ง ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของภูเก็ตนั้น มีความงามมากจนได้รับการเปรียบเสมือนกับไข่มุกแห่งอันดามัน ทะเลใสสีคราม มองเห็นตัวแม้ยามยืนอยู่ใต้คลื่นที่กำลังจะกระทบฝั่ง หาดทรายขาวเนียนละเอียดยามสัมผัสจนอดไม่ได้ที่จะลงไปเกลือกกลิ้งอยู่ตรงนั้น หรือแสงแดดที่ชาวยุโรปใฝ่หา ก็แสดงตัวอย่างไม่อายใคร ทำให้นักท่องเที่ยวต้องขอนอนอาบแดดกันเป็นทิวแถว เมื่ออาบแดดเต็มที่แล้วก็ลงเล่นน้ำทะเลจนหนำใจ แล้วจึงกลับขึ้นมาอาบแดดเสียใหม่ สลับกันไปมาตลอดวัน หากนอนอาบแดดอย่างเดียวกลัวเสียเวลา จะเรียกหมอนวดแผนไทยมานวดผ่อนคลายไปด้วยก็สบายยิ่งขึ้นไปอีก หาดแสนสวยของภูเก็ตมีหลายหาด หาดชื่อดังก็อย่างเช่น หาดป่าตอง หาดในยาง หาดกะรน หาดต่างๆอีกหลายหาด แต่ละหาดก็มีสิ่งสวยงามแตกต่างกันไป

มา ภูเก็ต คุณสามารถเลือกได้ว่าอยากจะพักลักษณะใด ต้องการสีสันยามค่ำคืนและผู้คนก็มักจะนิยม หาดป่าตอง ที่นี่สีสันยามค่ำคืนสนุกสนาน เปรียบเหมือนกลางคืนไม่เคยหลับ สิ่งอำนวยความสะดวกมากมายร้านรวงขายอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ ของที่ระลึกหลากหลาย ดินแดนที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ เหมือนกับว่าที่นี่หาดป่าตองคือเมืองของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีคนไทยเป็นผู้ดูแลเรื่องความสุข

หากต้องการความทันสมัย แหล่งธุรกิจ สะดวกสบาย จับจ่ายใช้สอย อาหารการกินแบบพื้นถิ่นหลากหลาย ตัวเมืองภูเก็ต เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ร้านอาหารแสนอร่อยดั้งเดิมอยู่ในตัวเมืองเยอะมาก ทานกันวันเดียวไม่มีหมด ชีวิตยามค่ำคืนก็ไม่เงียบเหงา แหล่งบันเทิงที่เข้ากับสไตล์ไทยๆ สนุกแบบวัยรุ่นมีมากร้านให้เลือกนั่ง จะแนวเพื่อชีวิต แนวผับแดนซ์กระจาย หรือร้านฟังเพลงสบายๆชิลๆก็มี

แต่ หากรักความสงบ ความสันโดษ ที่พักรอบนอกตัวเมืองภูเก็ตตามหาดต่างๆ ก็สามารถให้ความเป็นส่วนตัวกับคุณได้ เช่นหาดในยาง หาดไม้ขาว เกาะมะพร้าว เป็นต้น ที่เหล่านี้มีที่พักที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง เพราะที่ภูเก็ตการคมนาคมสะดวกสบาย โรงแรมที่พักโดยส่วนใหญ่มีบริการรถรับส่ง และบริการพาท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆในภูเก็ตอยู่แล้ว การเดินทางไปภูเก็ตปัจจุบันนั้นแสนสะดวก ไม่ว่าจะเดินทางโดยรถส่วนตัว รถโดยสาร หรือโดยเครื่องบินซึ่งใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงนิดๆเท่านั้นเอง ส่วนที่พักก็มีตั้งแต่เกสท์เฮาส์หลักร้อย ไปจนถึงโรงแรมระดับห้าดาวที่คืนละแสนกว่าบาทให้เลือก ต้องการนอนโรงแรมในเมือง เกสท์เฮาส์สุดฮิป Pool villaสุดหรู หรือSea viewบนหน้าผาสุดอลังการก็มีทุกแบบ สาวสวยนามภูเก็ตพร้อมรอต้อนรับทุกท่าน ด้วยความน่ารักและมิตรไมตรีครับ ฉบับหน้าเราไปเที่ยวในตัวเมืองภูเก็ตแบบสบายสบายกันดีกว่า หาของอร่อยๆทานกันครับ
สำหรับ หนังสือพิมพ์โพสท์นิวส์ ฉบับกลางเดือนพฤษภาคม 2554

FINO โต้ลมหนาว พาคิตตี้หนีเที่ยวสังขละ

FINO โต้ลมหนาว พาคิตตี้หนีเที่ยวสังขละ

by Pro Pex on Saturday, July 9, 2011 at 12:07pm ·
 
ทริปนี้จัดให้ตามใจเพื่อนผม นายชานนท์ ผู้ที่มีช่วงชีวิตที่แสนน่ายินดีเพราะมีสาวๆเข้ามาในชีวิตมากมาย
 แต่ชีวิตไม่เป็นไปอย่างที่คิดเสมอ ฮ่าๆๆ
ดังนั้น แผนนี้จึงเกิดขึ้นมา ขี่มอ'ไซด์ไปสังขละบุรี ไม่ว่าจะมีอะไรก็ตาม ต้องไปให้ได้ครับสังขละบุรี
สังข ละบุรีเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่ง เช่นวัดจมน้ำ สะพานมอญ วัดหลวงพ่ออุตตมะ ด่านเจดีย์สามองค์เป็นต้น การเดินทางก็แสนสะดวกสบายในสมัยก่อนอาจจะเจอกับทางลูกรังช่วงทองผาภูมิ – สังขละบุรี แต่ปัจจุบันทางลาดยางตลอดสายครับ รถประจำทางจากกรุงเทพฯก็มี ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต มีสายกรุงเทพฯ กาญจนบุรี ด่านเจดีย์สามองค์ แต่ว่าทริปนี้เราจะเดินทางโดยมอเตอร์ไซด์ครับ ไปกันสองคน สองคัน ยามาฮ่า ฟีโน่ กับ ฮอนด้าคลิก (ได้ค่าโฆษณาไหมเนี่ยะ)
แถมฟีโน่สีชมพูแต่งลายการ์ตูนคิตตี้ซะด้วย นี่แหละที่มาของชื่อคอลัมน์นี้

ออก เดินทางจากเมืองกาญจน์ตอนเที่ยงๆ ขี่ไปเรื่อยๆ รถไม่เยอะมาก มีรถใหญ่จำพวกรถบรรทุกบ้างประปราย แต่เมื่อเลยเขตอำเภอไทรโยค แถวหน้ามหาวิทยาลัยมหิดลไปแล้ว ก็มีแต่พวกรถเล็กเป็นส่วนมาก
 เราแวะ รับประทานอาหารกลางวันกันที่หน้าน้ำตกไทรโยคน้อย ทานไปมีอาหารตามาเสริมพอสมควร นักท่องเที่ยวต่างชาติ มากมายจริงๆมาแวะเล่นน้ำตกที่นี่ ส่วนใหญ่น่าจะเป็นชาวรัสเซีย ซึ่งนิยมมาเที่ยวที่กาญจนบุรีเพื่อชมความงามจากธรรมชาติ ป่าเขา น้ำตก แสงแดดและอากาศสดชื่น
อิ่มแล้วก็ออกเดินทางต่อ แดดดีจริงๆแต่ก็ไม่ค่อยร้อนเพราะมีต้นไม้ตลอดสองข้างทาง ถนนเส้นที่วิ่งขึ้นอำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละยังมีธรรมชาติสวยงาม ป่าเขาและน้ำท่ายังอุดมสมบูรณ์ ดูเพลิดเพลินตาเวลาเดินทางจริงๆ ขี่รถกันเพลินไปหน่อยป้ายต่างๆก็ไม่ได้ถ่ายเป็นหลักฐานเลย เดี๋ยวนี้นิยมจริงๆถ่ายกับป้ายบอกทางและหลักกิโลเมตร ไม่เป็นไรเจอที่ไหนก็ถ่ายรูปที่นั่นแล้วกันครับ ก็จึงมาถ่ายป้ายบอกระยะทางเอาตอนเกือบถึงทองผาภูมิซะแล้ว
  เราแวะเติมน้ำมันและพักรถที่อำเภอทองผาภูมิแค่สั้นๆ แล้วจึงเดินทางขึ้นสังขละบุรีกัน จุดหมายต่อไปของเราคือ”น้ำตกเกริงกระเวีย” ซึ่งเป็นน้ำตกไม่ใหญ่มาก มีความสวยงามในระดับหนึ่ง อยู่ริมเส้นทางไปสังขละบุรี เราแวะพักทานกาแฟร้านรอยยิ้มหน้าน้ำตกเกริงกระเวีย รสดีใช้ได้ครับ ยังจำกลิ่นหอมของกาแฟแลรสชาติที่ลิ้นสัมผัสได้จนทุกวันนี้ ยังไม่เหนื่อยครับพึ่งขี่มาร้อยห้าสิบกิโลเองจากกาญจนบุรี เราเดินไปถ่ายรูปน้ำตกกันนิดหน่อย แล้วจึงวิ่งรถยาวๆสู่สังขละบุรี
  แต่ก็อดที่จะแวะกันอีกไม่ได้ ที่กลางสะพานรันตี ถ่ายรูปแม่น้ำรันตี 1 ในสามประสบจุดกำเนิดแม่น้ำแควน้อย สามประสบนั้นประกอบด้วย แม่น้ำสามสายคือ รันตี บีคลี่ และซองกาเลีย มาพบกันที่สังขละบุรีเป็นแม่น้ำแควน้อยไหลล่องมาสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี แล้วจึงรวมกับแม่น้ำแควใหญ่เกิดเป็นแม่น้ำแม่กลองไหลไปสู่อ่าวไทย แม่น้ำรันตีในหน้าแล้งและหน้าน้ำนั้นแตกต่างกันมากมาย ยามแล้งแม่น้ำเหือดแห้งบางช่วงเดินข้ามหัวเข่าไม่เปียก แต่ยามหน้าน้ำป่า น้ำมาเต็มทุ่งสุดลูกหูลูกตา เชี่ยวกลากดูดุดัน หน้าฝนเช่นกันบริเวณนี้ปลาชะโดจะเยอะมากครับ เพราะมันมารอผสมพันธุ์ เนื่องจากเป็นรอยต่อของน้ำแดงและน้ำใส นักตกปลาชอบมากบริเวณนี้
  คราวนี้ไม่แวะแล้ว อีกนิดเดียวเอง และแล้วก็มาถึงจนได้ครับอำเภอสังขละบุรี ทีแรกไม่มีใครเชื่อเลยว่าผมจะมาสังขละบุรีโดยมอเตอร์ไซด์และเป็นฟีโน่ซะด้วย หุหุ กับคนน้ำหนัก100กิโล และระยะทาง200กว่ากิโลเมตร ลูกน้องผมในเดือนฉายรีสอร์ทไม่มีใครเชื่อ หึหึลูกพี่ขับแต่รถยนต์ไม่น่าเป็นไปได้ วันเดินทางกลับ ขี่รถเข้ารีสอร์ท ลูกน้องตกใจกันใหญ่คันนี้เนี่ยะนะ "ไปสังขละฯมาแล้ว" หึหึ ที่จริงคงคิดกันว่า ลูกพี่น่ะบ้า "ได้เรื่อง"
   หาที่พักกันก่อนคืนนี้เราพักที่แพมิตรสัมพันธ์ ของลุงสงบและพี่เจริญ อาหารอร่อยและแพพักนอนสะดวกสบาย ที่สำคัญราคาไม่แพงครับ ผมใช้บริการมานานมาก เกินสิบปีแล้ว อาหารอร่อยเหมือนเดิมครับ มีที่นอนแล้วก็สะพายกล้องกันคนละตัว ไปสะพานมอญกัน คนชอบถ่ายรูปมาด้วยกันก็โอเคหน่อย มีรูปตัวเองแน่นอนก็ผลัดกันถ่ายครับ ไม่งั้นมีแต่ภาพวิว สะพานมอญยามเย็นได้เห็นถึงวิถีชีวิตริมน้ำยามค่ำ ชาวบ้านเริ่มเดินกลับหมู่บ้าน ฝั่งที่ผมยืนอยู่นี้เป็นฝั่งหมู่บ้านมอญ เด็กๆเลิกจากโรงเรียนกลับบ้าน ชาวมอญเดินกลับบ้านหลังจากเลิกงานประจำวันทั้งหญิงและชาย สาวมอญตาคมผมยาว ผิวนวลด้วยแป้งทานาข่างามจริงๆ
มืดแล้วเราก็เก็บของกลับที่พักกัน คืนนี้นั่งทานอาหารในแพ ดื่มสุราบางเบาคุยกันระหว่างเพื่อน ที่ทุกข์ก็คลาย ที่เศร้าก็หาย แล้วก็หลับไปด้วยความสุข
รู้สึกตัวอีกครั้งก็เช้าแล้ว เจ็ดโมงกว่าๆ
แต่ หมอก"ตรึม"เลยครับ  รอบๆแพพักมองไปยังแพกลางน้ำ และสะพานมอญมีแต่หมอกล้อมรอบ ถึงหมอกจะหงอย เอ้ย! ถึงหมอกจะเยอะแต่ชาวบ้านก็ยังต้องเดินทางด้วยเรือไปมาหาสู่กัน แต่ด้วยความชำนาญการเดินทางจึงไม่มีอุบัติเหตุใดๆ
  พอเริ่มมีแดด เราก็มาที่วัดหลวงพ่ออุตตมะกันครับ แวะไหว้พระที่เจดีย์ แล้วจึงลงมาตลาดหาข้าวเช้าทาน แวะมาที่ตลาด มาทานโจ้กร้านนี้กันครับ ร้านป้าเย็น มีทั้งโจ้ก และขนมจีน ขนมจีนนับเป็นอาหารประจำพื้นที่ของที่นี่ เพราะเค้าทำเส้นกันเองและนิยมทานเป็นอาหารเช้า ร้านนี้มีน้ำยาป่า น้ำยากะทิ และน้ำยาหยวกกล้วย ผมทดลองแล้วน้ำยาหยวกกล้วย ใส่เครื่องเยอะๆอร่อยดีครับ
ร้านโจ้กอยู่หน้าสะพานมอญ เราก็เลยถือโอกาสมาถ่ายรูปกันก่อนกลับอีกสักรูป ถ่ายคู่กะเพื่อนสักหน่อย ทริป ตามรอยหัวใจชานนท์ เพราะความซนแท้ๆ แค่ถามว่าขี่มอ'ไซด์ไปสังขละกันมั๊ย ผมเลยจัดให้ตามใจหุหุ ไม่รู้เพื่อนมีอะไรแต่ยังไงก็ไปเถอะ ยามาฮ่าฟีโน่และฮอนด้าคลิก ซิ่งไปสังขละ อำเภอสังขละบุรีไม่ไกลจากกรุงเทพ และยังมีวัฒนธรรมมอญให้สัมผัส ไม่ต้องไปไกลถึงปายก็ได้บรรยากาศ รีบมาครับรีบมา วัฒนธรรมดีๆที่มีให้เห็น หรือจะตามรอยฟีโน่ก็เชิญเลยครับ ส่วนผมขอไปพักก่อนครับ "เมื่อย"จังเลยคร้าบ Finoโต้ลมหนาว"พาคิตตี้หนีเที่ยวสังขละ"
สำหรับหนังสือพิมพ์โพสท์นิวส์ ฉบับเดือนกรกฎาคม 2554

เชียงคานเชียงคลาน

เชียงคานเชียงคลาน

by Pro Pex on Thursday, July 28, 2011 at 11:47am ·
  กระแสการท่องเที่ยวเมืองเก่าตลาดโบราณของบ้านเรายังไม่จางหายไปไหน นักท่องเที่ยวทั่วไปยังนิยมเที่ยวย้อนยุคกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวตามกระแสนิยมนี้เกิดขึ้นอย่างเรื่อยๆ บางที่เกิดจากการพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชนเอง บางที่ก็เกิดขึ้นเพราะนักท่องเที่ยวที่ไปสัมผัสมาแล้ว กลับมาบอกต่อๆกันจนทำให้แหล่งท่องเที่ยวนั้นเจริญขึ้นมา หรือแหล่งท่องเที่ยวที่หน่วยงานราชการส่วนต่างๆส่งเสริมขึ้นจนโด่งดัง ที่สร้างแล้วคนนิยมก็เยอะ แต่ที่เกิดขึ้นมาแล้วดับไปก็ไม่น้อยเหมือนกัน อันนี้เจ้าของพื้นที่ต้องศึกษากันเองว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  ช่วงสองปีที่ผ่านมาแหล่งท่องเที่ยวแถวภาคอีสานที่โด่งดังมากๆคงไม่พ้นที่นี่ “เชียงคาน” เมืองเล็กๆริมฝั่งแม่น้ำโขง ติดกับประเทศลาวเพื่อนบ้านของเรา จึงมีการเปรียบไว้ว่าเชียงคานนั้นคือ หลวงพระบางเมืองไทย เมืองมรดกโลกของลาว เชียงคานสวยงามเช่นนั้นเชียวหรือ ต้องไปเชียงคานถึงจะรู้
     ผมค้นพบเชียงคานตั้งแต่สองปีที่แล้ว สมัยนั้นเชียงคานเริ่มเป็นที่รู้จักกันใหม่ๆ ยังเป็นเพียงเมืองเล็กๆ เงียบๆ มีร้านค้าและที่พักเพียงน้อยนิด นักท่องเที่ยวก็ยังมีไม่เท่าไหร่ สามารถขี่จักรยานกันสบายสบาย ในสมัยก่อนแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของเชียงคานก็คือ แก่งคุดคู้ แก่งหินใหญ่ที่ขวางลำน้ำโขงก่อนจะเลี้ยวหักศอกไหลต่อไป แถวแก่งคุดคู้ก็มีอาหารอร่อยคือกุ้งฝอยชุบแป้งทอดเป็นแผ่นใหญ่ๆ และปลาน้ำโขงหลากหลายชนิด สามารถล่องเรือเที่ยวชมวิวสองฝั่งแม่น้ำได้ที่ท่าน้ำแก่งคุดคู้นั่นเอง นั่งเรือชมแก่งคุดคู้ยามพระอาทิตย์ตกสวยงามไปอีกบรรยากาศ เดี๋ยวนี้แก่งคุดคู้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวรองไปเสียแล้ว เนื่องจากตัวเมืองเชียงคานเองที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเอกแทนแก่งคุดคู้
  เชียงคานเป็นเพียงเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งของจังหวัดเลย แต่แฝงไปด้วยเสน่ห์น่าประทับใจ เมื่อไปถึงเมืองเชียงคานแวบแรกที่สัมผัส  เชียงคานดูเป็นเมืองเล็กๆตามต่างจังหวัดที่ไกลกรุงเทพฯทั่วๆไป มีความเจริญ ถนนหนทางเรียบร้อยสะดวกสบาย ไม่แตกต่างจากเมืองไหนๆ แต่เมื่อเข้าสู่ริมแม่น้ำโขง เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่อดีตสมัยเก่ารุ่นหนังไทยยังเป็นภาพขาวดำ หรือรุ่นคุณป้ารุ่นคุณยายยังสาวๆ เรือนไม้ห้องแถวหรือบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ที่ปลูกยาวเป็นแนวตลอดริมฝั่งโขง มีถนนหลักตรงกลางหมู่บ้านเส้นเดียวที่ใช้ร่วมกัน มีซอยด้านข้างที่พาออกไปสู่เมืองยุคปัจจุบัน บ้านเรือนริมน้ำ ส่วนใหญ่ยังเป็นเจ้าของเดิมที่อาศัยอยู่ มีบางส่วนที่เปลี่ยนเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และที่พักแบบโฮมสเตย์รึโรงแรมเล็กๆ บรรยากาศเงียบสงบ ผู้คนน่ารักยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยไมตรี


ตั้งแต่พบกับเชียงคานครั้งแรก ผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนเชียงคานอย่างอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากมีลูกค้าให้พาไปเที่ยวอยู่ตลอด ไม่ว่าไปกี่ครั้ง เชียงคานก็ยังน่ารักในสายตาผมเสมอ คงเป็นเพราะชาวเชียงคานต้อนรับผมด้วยดีทุกครั้งที่ไป ร้านขายของที่ระลึกบางร้านทักทายกันทุกครั้งที่พบเจอ บางร้านแม้ไม่ได้ซื้อของในร้านก็ยังมีน้ำใจเรื่องห้องน้ำห้องท่า แต่ปัจจุบันเชียงคานไม่ใช่”เชียงคลาน” ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเสียแล้ว ร้านรวงใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ที่พักที่เพิ่มขึ้นมาเพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ก็ยังมีข้อดีที่แม้จะเป็นการก่อสร้างใหม่ๆแต่ยังพยายามรักษารูปแบบอาคาร และเทคนิคเดิมๆเอาไว้ เช่นการใช้ไม้ไผ่สานในการก่อผนังบ้านแล้วโบกปูนทับเป็นต้น บางสิ่งอาจจะขัดตาไปบ้างเช่นมีแผงลอยขายสินค้าตามถนน สร้างความรู้สึกเหมือนมีตลาดนัดมาตั้งในเมืองเก่าๆ มันไม่เข้ากันจริงๆ
  เชียงคานนั้นได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเนื่องจากเป็นเมืองที่สวยงาม เงียบสงบและรู้สึกเหมือนได้สัมผัสบรรยากาศของไทยและลาวสมัยก่อน เฉกเช่นเมืองหลวงพระบางที่กาลเวลาไม่ได้ทำให้สิ่งดีๆเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไป ความอบอุ่นและมีอัธยาศัยไมตรีของคนเชียงคานยังเปี่ยมล้นพร้อมต้อนรับผู้มา เยือนเฉกเช่นเดิมที่เคยเป็นมา หากแต่ผมยังอยากให้เชียงคานยังเป็นเมือง”เชียงคลาน”ที่ยังเป็นเมืองน่ารักๆ เหมือนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา อย่าเปลี่ยนรวดเร็วตามการเติบโตด้านเศรษฐกิจเลย คราวหน้าผมอาจจะหาเสน่ห์เชียงคานไม่เจอก็ได้ครับ
การเดินทางสู่ เชียงคานสามารถไปได้สองเส้นทางคือไปผ่านตัวจังหวัดเลยหรือผ่านจังหวัด เพชรบูรณ์ก็ได้ หากขับรถไปเอง เส้นทางเพชรบูรณ์จะขับได้สะดวกสบายและใช้เวลาเดินทางน้อยกว่า หากจะนั่งรถประจำทางไปแนะนำให้ออกจากกรุงเทพฯตอนกลางคืนไปถึงเชียงคานตอน เช้ามืด หาอาหารเช้ารับประทานแล้วจึงหาที่พัก หลับสักตื่น มีแรงสดชื่นไปหาเช่าจักรยานขี่เที่ยวในเชียงคานจนถึงแก่งคุดคู้ ไหว้พระตามวัดต่างๆ ยามเย็นถ่ายรูปริมโขง เช้าค่อยกลับก็สะดวกดีครับ
ร่วม พูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex     www.dsr.co.th DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th
สบายสบาย
สำหรับ หนังสือพิมพ์โพสท์นิวส์ ฉบับปลายเดือนกรกฎาคม 2554

ทำไมต้องไป"เขาช้างเผือก"

ทำไมต้องไป"เขาช้างเผือก"

     ผมเขียนบทความนี้หลังจากที่เมื่อวานตอนเย็นไปร่วมงานแถลง “แผนปฏิบัติงานด้านการตลาด ททท. สำนักงานกาญจนบุรี ปีงบประมาณ 2555 “ ทำให้ได้เห็นถึงความตั้งใจและเอาใจใส่ของหน่วยงานภาครัฐ ที่พัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรีอย่างจริงจัง มีการจัดทำภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดในรูปแบบ มินิซีรี่ย์ นำเสนอผ่านทางสื่อออนไลน์อย่าง Youtube, Facebook  ซึ่งเป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก แผนการท่องเที่ยวของปี 2555 แสดงให้เห็นว่ากาญจนบุรีมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย และสามารถเที่ยวได้ทั้งปี มีการกำหนดแหล่งท่องเที่ยว Unseen ของกาญจนบุรีแห่งใหม่เช่น โบสถ์สแตนเลส วัดปากลำขาแข้ง อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ที่มีถ้ำเสาหิน น้ำตกนางครวญ และเส้นทางเดินป่าเขาช้างเผือก
             ผมเคยเขียนถึงโบสถ์สแตนเลสวัดปากลำขาแข้ง และเขาช้างเผือกไปแล้ว คอลัมน์ท่องเที่ยวคอลัมน์แรกที่ผมเขียนให้กับหนังสือพิมพ์โพสต์นิวส์ก็คือ เขาช้างเผือกนี่เอง เมื่อเขาช้างเผือกได้รับคัดเลือกให้เป็น Unseen Product ของ ททท. จึงอยากจะเขียนถึงเขาช้างเผือกอีกสักหลายๆครั้ง
             นับจากครั้งแรกที่ผมขึ้นไปสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเขาช้างเผือกกับ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี ผมก็มีโอกาสกลับไปอีกสามครั้ง บางคนอาจจะรู้สึกว่าน้อยเหลือเกิน แต่จะมีใครรู้บ้างว่า ในแต่ละฤดูกาลท่องเที่ยว เขาช้างเผือกนั้นเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมเพียงแค่ประมาณสามเดือนใน ฤดูหนาวเท่านั้นเอง หากโชคดีก็จะขยายได้ถึงสี่เดือน เพราะอะไรน่ะหรือ เนื่องด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง ทอดยาวเป็นแนวเขา ปกคลุมไปด้วยทุ่งหญ้าคาและไม้ล้มลุกต่างๆ มีไม้ยืนต้นสูงใหญ่เพียงไม่เท่าไหร่ ทางเดินเป็นเนินเขาขึ้นและลงตลอดเส้นทางบางช่วงชันจะต้องตะกาย แทบจะไม่มีที่ราบให้เดิน ในฤดูฝนเส้นทางจะลื่นไถลและอันตราย ในฤดูร้อน ความแห้งแล้งจะปกคลุมไปทั่วทั้งภูเขา หญ้าคาทั้งหมดจะแห้งลง ภูเขาทั้งลูกกลายเป็นสีทอง ภาพถ่ายที่สวยงามของทุ่งหญ้าสีทองอร่ามตาพลิ้วไปตามสายลม ทำให้ผู้ได้ชมต่างหลงใหล แต่ในฤดูร้อนนั้นอันตรายที่สุดของนักเดินป่าก็คือ ไฟป่า ยิ่งเมื่อไฟป่ามาเจอกับหญ้าคาแห้งๆพร้อมกับลมที่ช่วยโหม ภูเขาทั้งลูกสามารถตกอยู่ในทะเลเพลิงเพียงชั่วพริบตา
             ทำให้ในฤดูร้อนและฤดูฝน เขาช้างเผือก ไม่สามารถท่องเที่ยวได้ เมื่อหมดฝนเข้าสู่ฤดูหนาว เขาช้างเผือก จึงเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่จะเปิดได้นานเท่าใด ขึ้นอยู่กับ ไฟป่าตัวร้ายเข้ามาสู่เขาช้างเผือกเมื่อไร ไฟป่ามีที่มาสองประเภท จากธรรมชาติและจากน้ำมือมนุษย์ ไฟป่าไม่เคยปราณีใคร เผาผลาญทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า ตามธรรมชาติของที่นี่ไฟป่ามักจะเกิดหลังจากเดือนมีนาคมไปแล้ว ธรรมชาติของสัตว์ป่าทั้งหลายต่างป้องกันตัวได้ทัน ลูกสัตว์ป่าเกิดใหม่ก็แข็งแรงพอที่จะหลบหลีก แต่เพราะคนเพียงไม่กี่คนที่เห็นแก่ตัวเผาทำลายป่า ทำให้ไฟป่ามาเร็วกว่าปกติ นอกจากจะกระทบถึงการท่องเที่ยวแล้ว สัตว์ป่าทั้งหลายก็ล้มตายมากมาย เช่นไข่ของไก่ป่ายังไม่ทันฟักเป็นตัว ก็โดนไฟเผาจนหมดสิ้น
             แต่ถึงอย่างไร เขาช้างเผือกก็ยังมีเสน่ห์อันน่าประหลาดเรียกนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือน กันได้ตลอดเวลา ลูกทัวร์ผมบางคนบอกว่าเคยผ่านภูกระดึงมาแล้ว และคิดว่าเขาช้างเผือกคงไม่เท่าไหร่ เพราะระยะทางเพียงแค่ 10 กม.โดยประมาณ ใช้เวลาเดินเพียงสามถึงสี่ชั่วโมงก็ถึงจุดกางเต็นท์ แต่เมื่อทุกคนกลับมาต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยิ่งกว่าภูกระดึงเสียอีก ก่อนออกทริปทุกครั้งผมจะทำการแนะนำเส้นทางและให้จับคู่บัดดี้ เพื่อเวลาเดินป่านั้นจะได้ดูแลกันและกัน แบ่งปันน้ำดื่ม อาหาร ลูกอม และ “กำลังใจ” ที่ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเส้นทางเขาช้างเผือก ทุกคนเมื่อเดินถึงจุดกางเต็นท์แล้วผมชี้กลับมาให้เห็นจุดที่เราเริ่มต้นเดิน บอกว่า ไม่น่าเชื่อว่าเราจะเดินมาถึงได้ ถึงเหนื่อยแต่ก็คุ้ม วิวสวยๆบนยอดเขา ยามที่เหนื่อยหายใจปนหอบ รับอากาศดีๆเข้าไปเต็มปอด อากาศบริสุทธิ์ที่ล้างปอดของเราจากควันและฝุ่นละอองในเมือง เดินไปถ่ายรูปอัพFacebook ตามกระแส ยิ้มแย้มโชว์คนที่ตามชมทริปแม้จริงๆตอนนั้นจะเหนื่อยแทบเป็นลมก็ตาม ขากลับเมื่อเจอกลุ่มที่กำลังเดินขึ้นเขา ทุกคนต่างก็ให้กำลังใจโดยบอกว่า อีกนิดเดียวเองค่า(ครับ) อีกนิดเดียว แม้ที่จริงกลุ่มใหม่เดินมายังไม่ถึงครึ่งทาง บางครั้งเพียงต้นทางเสียด้วยซ้ำ
             แม้จะออกแนวหลอกลวงเพื่อนร่วมทาง แต่ก็เพราะอยากให้ไปจนถึงปลายทางได้สัมผัสธรรมชาติดีๆ ที่คนเมืองน้อยคนนักจะได้สัมผัส มีคนถามผมว่าจะไปทำไมเขาช้างเผือก ผมบอกแต่เพียงว่า คนไทยเจ็ดสิบล้านคน แต่ตอนนี้ยังไม่ถึง 7000 คนเลยที่เคยมาเขาช้างเผือก ที่นี่ใช่ว่าใครจะมาก็ได้ แม้เขาช้างเผือกจะไม่เลือกรับคน แต่หากธรรมชาติไม่เป็นใจไม่ว่าใครก็ไปเขาช้างเผือกไม่ได้ โอกาสดีๆมีต้องคว้าไว้ หากคุณเป็นนักเที่ยวชมธรรมชาติตัวจริง คงรู้นะว่า “ทำไมต้องไปเขาช้างเผือก”
             แด่ลูกทริปทุกท่าน ที่ร่วมฝ่าฟันเส้นทางเขาช้างเผือกมาด้วยกัน “ขอพลังจงอยู่กับท่าน”
ร่วม พูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
เขียนให้ นสพ.โพสต์นิวส์ 27/1/2012