วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แมวย้ากกกกกก

  มีโอกาสได้รับเชิญไปเข้าวัดเข้าวา ทีแรกก็หวั่นใจว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรดี ปกติก็เข้าวัดบ้างแล้วแต่โอกาส บางครั้งทำบุญ บางครั้งไปเที่ยว หรือบางครั้งไปสัมมนาในวัดก็มี ส่วนใหญ่วัดกับผมมักจะเกี่ยวข้องกันทางด้านท่องเที่ยวเสียมากกว่า โปรแกรมท่องเที่ยวที่พาลูกทัวร์ไปเที่ยวยังที่ต่างๆ มักจะต้องพาเข้าวัดอยู่เนืองๆ ไม่ใช่ว่าศรัทธาสูงหรือต้องการนำคนเข้ามาเลือกศาสนาพุทธหรอก

               วัดต่างๆเดี๋ยวนี้เค้าสร้างกันสวยงาม เผลอๆแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งยังอาย เพราะพระท่านสร้างได้สวยงามมาก ครบถ้วนสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว เข้าวัดได้สักการะพระพุทธศาสนาแล้ว ยังได้ความเพลิดเพลินจำเริญใจ แต่บางอย่างเจริญหูเจริญตาแต่ไม่เหมาะก็มี นั่นคือสาวๆและไม่สาวทั้งหลายที่นุ่งสั้นเข้าวัด บางทีรวมเสื้อแขนกุดเข้าไปด้วย กางเกงเดี๋ยวนี้ก็สั้นเหลือประมาณ แฟชั่นกางเกงซาเมอจิม มันระบาดไปทุกหัวระแหง เหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าเมืองไทยน้ำจะท่วมครั้งใหญ่ ต้องหัดใส่กางเกงสุดสั้นแฟชั่นซาเมอจิมกันล่วงหน้า
               มีคนสงสัยกันแล้วสิแฟชั่นซาเมอจิมนี่มันอะไรกัน มันมากจากแฟชั่นพูดไม่ชัด (รวมทั้งพูดไม่คิด)ของพวกวัยรุ่นเล็กๆเค้า เกรียนทั้งหลายนิยมกันนักพูดไม่ชัด พูดสั้น พูดยานคาง พูดคำพ้องเสียง เป็นต้น แต่ภาษาที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แสดงว่าภาษานั้นยังไม่ตาย กางเกงซาเมอจิมก็คือ กางเกงเสมอเป้าสาวๆนั่นเอง แหะๆบอกตรงๆออกสื่อคงไม่ดี
              เริ่มต้นด้วยเรื่องวัด วันนี้เราก็ไปเที่ยววัดกันดีกว่าครับ เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน ทางชมรมโรงแรมกาญจนบุรีจัดประชุมประจำเดือนกันที่วัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปัน โน จ.กาญจนบุรี ผมตามเข้าไป ณ พระอุโบสถของวัด ศาลาเมตตาท่านเจ้าคุณมหาบัว ญาณสัมปันโน ๘๔ ปี ด้านล่างมีห้องประชุม ที่ต้อนรับแขกผู้มาเยือนระดับโลกมากมาย ห้องเล็กๆแต่แน่นไปด้วยการต้อนรับอย่างอบอุ่นของคุณหมอสมชัยหรือ นายสัตวแพทย์สม ชัย วิเศษมงคลชัย ท่านได้ให้ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเสือของวัดป่าหลวงตาบัวมาก มาย ทำให้สมาชิกชมรมโรงแรมเข้าใจถึงความสำคัญของการอนุรักษ์เสือ และความตั้งใจจริงของวัด ข่าวลือต่างๆที่มีอันเนื่องมาจากความไม่รู้ ความสงสัยก็ได้รับความกระจ่าง หากจะอธิบายหน้ากระดาษคงไม่พอ สรุปสั้นๆว่าทางวัดนั้นอนุรักษ์เสืออย่างจริงจัง มีความรู้ เครื่องมือครบถ้วน ในระดับโลก ลองไปดูรายละเอียดได้ที่เวปไซด์ http://tigertemple.org/tigertemple_new/main.php
             บ่ายวันนั้นคุณหมอสมชัยให้โอกาสคณะฯเข้าเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆของวัดในเรื่อง ของการท่องเที่ยว เริ่มต้นที่การถ่ายรูปคู่กับเสือ ซึ่งเสือนั้นจะถูกล่ามอยู่ใต้ต้นไม้ เราสามารถถ่ายรูปคู่กับเสือภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ มีค่าใช้จ่ายเล็กน้อย แต่หากคิดว่ายังไม่สุดยอด ทางวัดมีโปรแกรมที่หาที่ไหนในโลกไม่ได้ ให้ท่านได้สัมผัส จะสุดยอดขนาดไหนต้องรอตอนบ่ายโมงไปแล้ว จากลานเสือที่เราถ่ายรูปกัน คราวนี้ถึงเวลานอนของเจ้าป่าทั้งหลายแล้ว บ่ายๆเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเสือ จะจูงเสือทั้งหลายไปเข้าที่นอน ณ หุบเสือ แต่จะเดินไปธรรมดาๆนั้นคงจะไม่ใช่ที่นี่ ระหว่างเสือกลับเข้าหุบนอน นักท่องเที่ยวสามารถจูงเสือไปยังที่นอนได้ในระยะสั้นๆ นักท่องเที่ยวจะตั้งขบวน เดินเรียงตามกันไพร้อมกับขบวนเสือ จากนั้นผลัดกันจูงโดยจะมีเจ้าหน้าที่ ถือกล้องของท่านและถ่ายรูปตอนเราจูงเสือ จากนั้นก็ผลัดให้นักท่องเที่ยวท่านอื่นๆมาจูงบ้าง
               เมื่อเราจูงเสือเข้าไปยังหุบ เพื่อให้เจ้าป่านอนหลับ คราวนี้ถึงโปรแกรมสำคัญแล้วนั่นคือ เอาเสือหนุนตักของท่านเอง ไม่ใช่เอาลูกเสือหนุนตักนะครับ แต่เอาหัวเสือตัวโตๆนี่แหละมานอนหนุนตักของท่านแล้วถ่ายภาพ ค่าใช้จ่าย 1000 บาท เพื่อโอกาสที่หาที่ไหนในโลกไม่ได้ นักท่องเที่ยวต่างชาติมากมายต่อแถวรอไปสัมผัสเจ้าป่าแบบถึงตัว แต่ไม่น่ากลัวใดๆเพราะในพื้นที่นั้น เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ ที่คอยป้องกันทุกท่านอย่างเต็มที่ ถามว่าแพงไหม ก็แล้วแต่บุคคลครับ กับโอกาสที่หาที่ไหนไม่ได้ ประสบการที่ท่านสัมผัสได้


               นอกจากเอาเสือหนุนตักแล้วยังมีอีกรายการที่น่าสนใจ นั่นคือเล่นกับเสือ เล่นกับเสือ เล่นอย่างไร ทีแรกที่ได้ยินก็นึกว่าไปเล่นกับน้องเสือน่ารักๆ แต่เมื่อไปถึงลานที่ให้เล่น โอ้ววววว ลูกเสือสมัยไหนกัน ตัวใหญ่กว่าคนเสียอีก วิธีเล่นกับ(ลูก)เสือก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แค่ติดต่อจองคิวเมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่ผู้หญิงล้วนๆจะจูงมือท่านเดินเข้า สู่แอ่งน้ำ พร้อมไม้รวกยาวสักสองเมตรนิดๆ ปลายไม้ผูกกับกระสอบปุ๋ย ถุงพลาสติกเป่าลมและกระป๋องใส่เศษกรวด ทำให้เขย่าแล้วมีเสียง เมื่อท่านยืนในน้ำแล้วก็เขย่าไม้ เรียก เสือบริเวณนั้นก็จะวิ่งปรี่เข้ามา จดๆจ้องๆมองคุณและไม้เขย่า จนมันอดทนไม่ไหว จะกระโจนใส่ปลายไม้เพื่อคว้าถุงที่ขยับไปมา
               เมื่อเห็นการเล่นกับเสือแล้ว ก็รู้สึกว่าอันที่จริงแล้ว ลักษณะนิสัยเสือก็คล้ายๆกับแมว เช่นนอนยามบ่าย ชอบนอนในที่เย็นๆ ชอบตะปบปลายไม้ผูกอะไรที่เคลื่อนไหว เหมือนที่เราเอาไม้ผูกเชือกมาแกว่งล่อให้แมวตะปบ เพียงแต่เสือนั้นเป็นสัตว์ใหญ่ เรี่ยวแรงเยอะ เขี้ยวเล็บแหลมคม แม้เสือมันจะมีนิสัยเหมือนแมวเท่าไหร่ก็เถอะ ถ้าเป็นไปได้ อย่าได้เจอะเจอกันดีกว่า ก็นี่มันแมวย้ากกกกกกกนี่คร้าบ
สำหรับ นสพ.โพสนิวส์




ไม่มีความคิดเห็น: