วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เชียงใหม่ ใกล้กว่าที่คิด


              เชียงใหม่.......เอ่ยคำนี้ครั้งใดคนเมืองกาญจน์อย่างผมรู้สึกว่ามันไกลเหลือเกิน ระยะทาง 700 กิโลเมตรกับอีกนิดหน่อย(ที่จำไม่ได้ว่าหน่อยไปเท่าไหร่) จากกาญจนบุรีขับรถไปแต่ละที เมื่อยไปทั้งตัว ต่อให้ขับบ้างพักบ้างก็เหนื่อยน่าดูชม แต่เชียงใหม่นั้นช่างมีเสน่ห์ดึงดูดให้ไปเที่ยวหาอยู่เรื่อยๆ ถึงจะไกลขนาดนี้ก็เถอะ ผมก็เดินทางไปเที่ยวเชียงใหม่ทุกๆปี บางครั้งพาลูกค้าทัวร์ไปเที่ยวบ้าง พาครอบครัวไปเที่ยวกันเองบ้าง จนจำถนนหนทางได้พอสมควร อีกทั้งยังมีเพื่อนอยู่ที่เชียงใหม่นิดหน่อย สำหรับผมเชียงใหม่ถึงแม้จะไกล ก็ยังน่าไปหาอยู่เสมอ
               ทริปนี้ครอบครัวผมวางแผนกันเอาไว้เกือบๆปี เนื่องจากสายการบิน low cost หางแดง(หุหุเดากันหน่อยนะ)มีโปรโมชั่นค่าตั๋วถูกก็เลยจองเอาไว้ล่วงหน้า โดยกำหนดวันเอาไว้ช่วงปิดเทอมพอดี เพื่อจะได้หอบหิ้วเอาเด็กๆไปนั่งเครื่องบินกันซักครั้งปกติหากจะไปเที่ยวกันในครอบครัว ผมมักจะนิยมขับรถกันไปเอง เนื่องจากว่าสามารถไปไหนและอยู่นานเท่าไหร่ก็ได้ตามอำเภอใจ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ก็ต้องทำตามโปรแกรมและตารางเวลา แต่สะดวกสบายเรื่องกินเรื่องเที่ยวเพราะทัวร์จัดการให้หมด หุหุเจ้าของบริษัททัวร์ก็ออกมาเที่ยวเองก็อยากเอ้อระเหยลอยชายบ้างแหละครับ
               เอาเป็นว่าผมเอาโปรแกรมเที่ยวเชียงใหม่แบบสบายๆมาแนะนำให้กับคนที่มีเวลาน้อยๆแล้วกันนะครับ ปกติเวลาเราเดินทางโดยรถยนต์ไปเชียงใหม่ก็ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบเต็มวัน เดินทางไปกลับก็เสียเวลาไปแล้ว 2 วัน หากใครมีเวลาแค่  2 วัน 1 คืนคงหมดโอกาสไปเชียงใหม่แน่นอน เพราะไม่มีเวลาเที่ยว ดังนั้นเราก็ย่นเวลาเดินทางจากรถยนต์เปลี่ยนเป็นเครื่องบินแทน เซฟเวลาได้เยอะเลยครับ
               ผมวางโปรแกรมโดยออกเดินทางจากกรุงเทพฯด้วยเครื่องบินเที่ยวแรกประมาณ 06.30 น. ถึงเชียงใหม่ก็ยังไม่แปดโมงเช้าเลยครับ นั่งรอบริษัทรถเช่านำรถมาส่งที่สนามบินสักพักก็ได้พาหนะพาเราเที่ยวเมืองเชียงใหม่กันแล้ว บริษัทที่ให้เช่ารถในเชียงใหม่มีหลายเจ้าลองเลือกกันดูนะครับ บริษัทท้องถิ่นก็มีคราวนี้ผมใช้บริษัทท้องถิ่น บริการดีคุยง่ายราคาสมเหตุสมผล แต่มีข้อแนะนำสักนิดนึงนะครับ ก่อนที่จะรับรถออกมา กรุณาตรวจสภาพรถให้เรียบร้อย ร่องรอยขูดขีด บุบครูดต่างๆ ให้คนส่งรถบันทึกไว้ให้หมดเนื่องจากเราไม่ได้เป็นคนทำให้เกิดรอยเหล่านี้ และตรวจสภาพยางด้วยนะเพราะบางครั้งยางรถหมดสภาพแล้ว ก้มดูสักนิดชีวิตปลอดภัยครับ รับรถเสร็จเราก็ออกไปแวะหามื้อเช้าทานกันก่อน ร้านอร่อยๆในเชียงใหม่มากมายเลือกทานกันตามอำเภอใจ อิ่มมื้อเช้าแล้วเราก็ออกเดินทางไปที่วัดพระธาตุจอมทอง พระธาตุประจำปีเกิดของคนปีชวด ตั้งอยู่ ณ อำเภอจอมทอง ห่างจากเชียงใหม่เกือบๆ60 กิโลเมตร สักการะองค์พระธาตุเสร็จแล้วก็กลับเข้ามาตัวเมืองเชียงใหม่อีกครั้ง ก่อนจะเดินทางไปเที่ยวศูนย์หัตถกรรมบ่อสร้าง อ.สันกำแพง พากันไปดูวิธีการวาดลวดลายลงบนร่ม เลือกซื้อของที่ระลึกสักหน่อยแล้วจึงเดินทางกันต่อ
               จุดหมายต่อไปคือพระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุประจำปีเกิดของคนปีมะแม แต่ว่าในทัวร์คณะนี้ไม่มีใครเกิดปีมะแมสักคน ก็ถือว่าได้มาเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นมงคลแก่ตัวเราเอง ขาขึ้นเราใช้บริการลิฟท์ของวัดสะดวกสบายดีจริงๆ ขาลงค่อยเดินลงมาเรื่อยๆ บันไดนาคของพระธาตุดอยสุเทพก็เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันพอสมควร เดินลงมาตามบันได้ก็แวะช็อปปิ้งกันมาเรื่อยๆ ข้างบันไดมีของฝากสำหรับคนทางบ้านหลากหลาย แต่ที่ผมชอบใจกลับเป็นสตรอเบอรี่สดใส่แก้วพร้อมจิ้มกินกับพริกเกลือ ทานแล้วเปรี้ยวๆหวานๆอร่อยดีครับ
               วันนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นทัวร์วัดกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จุดหมายต่อไปก็คือวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ซึงมีพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีมะโรง ซึ่งเชื่อกันว่าหากได้มานมัสการสักครั้งหนึ่งแล้ว จะทำให้อายุมั่นขวัญยืนมีศิริมงคลแก่ตัวเองวัดนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปโบราณคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่มานาน วัดพระสิงห์นี้บริษัทท่องเที่ยวต่างนิยมพาชาวต่างประเทศมาเที่ยวชมกันมากมาย เป็นโปรแกรมหลักเมืองเชียงใหม่ที่ฝรั่งต้องมาครับ
               วันเดียวไหว้ได้ถึง 3 พระธาตุ เมืองเชียงใหม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายจริงๆ 4 โมงเย็นออกจากวัดพระสิงห์ก็ได้เวลาเข้าสู่ที่พัก เก็บเสื้อผ้าพักผ่อนชั่วครู่ค่อยออกมาหามื้อเย็นรับประทานกัน อิ่มหนำสำราญกันแล้วโปรแกรมต่อไปก็คือการช็อปปิ้ง ตลาดไนท์บาร์ซ่ายังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่น่าไปเที่ยวชม เดี๋ยวนี้มีตลาดส่วนใหม่ขยายเพิ่มเติม สินค้าหลากหลายเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง เดินพอเมื่อยก็กลับเข้ามาพักผ่อนในโรงแรมหมดไปแล้วหนึ่งวัน
               เช้าวันรุ่งขึ้นเราไม่รีบร้อนอะไร มาเที่ยวนะครับไม่ใช่หนีเที่ยว จะได้รีบกินรีบตื่น วันนี้โปรแกรมสบายๆครับ ตื่นสายๆทานมื้อเช้าเสร็จแล้วออกไปหาซื้อของฝากสำหรับคนทางบ้าน แคปหมู น้ำพริกหนุ่ม หมูยอ ฯลฯ มาถึงต้นตำหรับทั้งทีก็ต้องพากลับบ้านกันหน่อย ซื้อของเสร็จหาทานมื้อเที่ยงพอมีเวลาเหลือ แวะไปร้านไอศกรีมของตลกชื่อดังที่เล่นกับคนอื่นแล้วไม่ขำ ต้องอยู่ตัวคนเดียวถึงจะเริ่ด แหะๆพอจะรู้กันใช่มะว่าร้านของใคร ร้านแต่งสไตล์แนวๆอาร์ตๆ รูปปั้นเซรามิคตัวใหญ่เด่นหน้าร้านใครมาก็ต้องถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระทึก(ลึก)สักหน่อย
               ทานไอติมอิ่มกาแฟเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปที่สนามบินกันส่งคืนรถเช่า เช็คอินตั๋ว รอขึ้นเครื่องกลับเที่ยวบินสักห้าโมงเย็นกำลังดี ถึงกรุงเทพฯเย็นๆยังไม่มืด แวะหามื้อเย็นอร่อยๆทานกันก่อนกลับบ้าน แค่นี้ก็จบทริปอย่างมีความสุขแล้วครับ  2 วัน 1 คืนก็ไปเที่ยวเชียงใหม่ได้เห็นมั๊ยเชียงใหม่ใกล้กว่าที่คิดจริงๆ

ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th   บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย





หัวแหลมที่...เขาแหลม


หัวแหลมที่...เขาแหลม
               หน้าฝนมาแล้ว คนไทยหนาวกันเป็นแถว ไม่ใช่เปียกฝนหรือว่าเจออากาศหนาวนะ แต่หนาวเพราะกลัวน้ำจะมาท่วมอีกครั้ง ฝันร้ายจากมหาอุทกภัยครั้งที่ผ่านมา ยังหลอกหลอนผู้ประสบภัยทั้งหลาย ผู้ที่อยู่ในเขตน้ำท่วมต่างก็เตรียมป้องกันน้ำท่วมอีกครั้ง รวมไปถึงรัฐบาลที่เตรียมพร้อมป้องกันภัยน้ำท่วม โดยการให้เขื่อนกักเก็บน้ำทั้งหลายทั่วประเทศพร่องน้ำเพื่อเตรียมรองรับน้ำที่จะมาในฤดูฝนปีนี้ จังหวัดกาญจนบุรีมีเขื่อนขนาดใหญ่สองเขื่อนคือเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์หรือเขื่อนเขาแหลม ทั้งสองเขื่อนต่างก็ระบายน้ำเพื่อเตรียมรองรับน้ำฝน ทำให้ระดับน้ำลดลงไปอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากเข้าสู่หน้าฝนมาสองเดือน ขณะนี้กาญจนบุรียังมีปริมาณน้ำฝนค่อนข้างน้อย ตามคติไทยที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ามาว่าปีไหนที่เดือนไทยของเรามีเดือน 8 สองหน ปีนั้นน้ำจะน้อยฝนจะไม่ชุกเหมือนปีอื่นๆ ซึ่งปีนี้ก็มีเดือน 8 สองครั้งเสียด้วย ก็ลองสังเกตกันดูครับว่าความรู้จากคนโบราณจะบอกเราถึงเรื่องปริมาณน้ำฝนได้หรือไม่
               การระบายน้ำในเขื่อนอย่างรวดเร็วในปีนี้และน้ำฝนที่ตกลงมาเพียงน้อยนิด ทำให้เขื่อนเขาแหลมมีปริมาณน้ำน้อยลงเร็วเกินกว่ากำหนด สำหรับนักตกปลาแล้วมันคือสัญญาณว่า ฤดูตกปลาล่าเหยื่อที่เขื่อนเขาแหลมได้มาถึงแล้ว กาญจนบุรีนั้นเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการตกปลาด้วย เขื่อนศรีฯและเขื่อนเขาแหลมถือเป็นแหล่งตกปลาอันดับหนึ่งของประเทศ ที่นักตกปลาทุกคนต่างต้องการมาเพื่อค้นหาโทรฟี่ใหญ่ๆให้กับตัวเอง ด้วยปริมาณปลาหลากหลายชนิดที่หนาแน่น และมีปลาที่นักตกปลาอยากประลองฝีมือด้วยนั่นก็คือ ปลาชะโดและปลากระสูบ แตที่เขื่อนเขาแหลมนั้นยังมีปลาเนื้อดีอีกชนิดหนึ่งชุกชุม นั่นก็คือปลาช่อน ปลาช่อนเขาแหลมนั้นจะตกได้ค่อนข้างง่ายเมื่อยามน้ำลด เพราะว่าน้ำจะลดต่ำลงกว่าแนวหญ้าและแนวป่าไมยราพที่ปลาช่อนนั้นแอบซ่อนตัวอยู่
               ยามน้ำเยอะ ปลาล่าเหยื่อทั้งหลายก็จะแอบซุ่มล่าเหยื่ออยู่ในดงไม้รก เมื่อมีเหยื่อชะตาขาดผ่านเข้ามาก็จะโจมตีอย่างรวดเร็ว พอน้ำลดลงแหล่งซุ่มตัวก็ลดน้อยลงไปด้วย นักตกปลาทุกคนก็จะมุ่งหน้าเข้าเขื่อนเพื่อที่ตกตกปลาช่อน ชะโดและกระสูบ กาญจนบุรีมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเพื่อตกปลาในแต่ละปีเป็นจำนวนไม่น้อย อย่างที่บอกไว้เมื่อตอนต้นว่า เขื่อนศรีฯและเขื่อนเขาแหลมเป็นแหล่งตกปลาอันดับหนึ่งของประเทศ ไม่ใช่แค่เพียงปริมาณปลาที่มีมาก แต่ความสะดวกสบายในการเดินทางมาเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีรองรับอย่างเพียงพอ ความสวยงามทางธรรมชาติที่เกินบรรยายและไม่มีกฎระเบียบที่ยุ่งยากเหมือนบางเขื่อนที่มีคนเพียงนิดเดียวคอยกำหนดกฎเกณฑ์และหาประโยชน์ในเรื่องเรือ เรื่องท่องเที่ยว
               นักตกปลาทั้งหลายจึงมุ่งหน้ามากาญจนบุรีเพื่อท่องเที่ยวและพักผ่อนในคราเดียวกัน การท่องเที่ยวจึงได้รับประโยชน์ไปเต็มๆเพราะนอกจากนักตกปลาแล้วยังมีครอบครัว เพื่อนฝูงตามมาพักผ่อนด้วย ที่พักบางแห่งก็เกิดขึ้นมาได้เพราะนักตกปลานี่แหละ ช่วงนี้เขื่อนเขาแหลมน้ำน้อย ปลาช่อนออกจากป่า นักตกปลาก็ออกจากเมืองมาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำไมที่เขื่อนเขาแหลมนี้ถึงมีปลาช่อนมากกว่าเขื่อนศรีฯ อาจจะเพราะว่ามีหุบมีร่องห้วยเยอะมากมายให้ปลาช่อนหลบซ่อนและขยายเผ่าพันธุ์
               เมื่อถึงฤดูตกปลาช่อน แพที่พักในเขื่อนเขาแหลมก็จะถูกจองโดยนักตกปลากันล่วงหน้า แพบางเจ้าจองกันข้ามเดือนเพราะขึ้นชื่อเรื่องปริมาณปลาและบริการดี อย่างเช่นแพตาเหน่งที่นักตกปลาจองกันเต็มทุกวันเสาร์ เพราะนอกจากที่พักแล้วยังมีบริการเรือพาไปตกปลา และบริการอาหารเครื่องดื่มครบถ้วน เรียกว่าสะดวกสบายเตรียมแค่สตางค์และคันเบ็ดพร้อมเหยื่อมาก็พอ เวลาที่นั่งเรือเพื่อไปตกปลาในเขื่อนนักตกปลาก็ยังสามารถแวะเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวในเขื่อนเขาแหลมได้ด้วย เช่นเกาะมะพร้าวที่มีแต่มะพร้าวกะทิเนื้อหนา แต่กว่าจะเดินจากริมตลิ่งขึ้นเกาะก็เมื่อยพอดูเหมือนกันขาลงยังต้องแบกมะพร้าวกลับลงมาด้วยฮ่าๆๆ แดดร้อนก็ไปหลบตกปลา ณ ผาผึ้งที่มีแพผาผึ้งที่พักดั้งเดิมแห่งเขื่อนเขาแหลมจอดอยู่ หรือจะนั่งเรือเพลินๆไปชมวัดจมน้ำ unseen Thailand ที่ตัวเมืองสังขละบุรี ก่อนจะเข้าไปตกปลาในลำน้ำบีคลี่ บริเวณที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ประตูเมือง” เนื่องจากในสมัยอยุธยา ยามพม่ายกทัพเพื่อเข้าตีกาญจนบุรี จะต้องผ่านช่องเขาช่องนี้เพียงช่องเดียว แนวเขาที่กางกั้นเปิดช่องเพียงนิดเดียวให้ผ่านได้ หลังจากสร้างเขื่อน ประตูเมือง ก็ยังเป็นช่องเขาให้เหล่าปลาผ่านเพื่อขึ้นไปวางไข่ในหน้าน้ำ
               จะมีใครรู้อีกหรือไม่นอกจากนักตกปลาว่าในเขื่อนเขาแหลมมีทางรถไฟสายมรณะพาดผ่าน ยังคงมีหลักฐานเนินหินที่วางรางและช่องเขาที่รถไฟเคยผ่าน หากใครเคยได้ยินเรื่องขุมทองโกโบริ ไม่ต้องสงสัยหรอกว่ายังเหลือรึไม่ เพราะถ้ามีญี่ปุ่นคงขนไปหมดแล้ว เนื่องจากสมัยก่อนแถวนี้ก็มีเครื่องบินผ่าน หลักฐานยังปรากฏชื่อผาเครื่องบิน เป็นหน้าผาจุดที่เครื่องบินญี่ปุ่นบินมาชนจนระเบิดต้นตอเรื่องเล่าของขุมทองโกโบริ ปลาเขาแหลมก็แสนอร่อย ปลาเนื้อดีหลายชนิดมีให้ชิมกัน ปลาช่อน ปลาคัง ปลากด ปลาแรด ปลาเค้า ปลายี่สก ปลาสร้อย ปลากรายและอีกหลายชนิด เรียกได้ว่าอยากกินปลามาเขื่อนเขาแหลมไม่ผิดหวัง
               ทานปลาเยอะๆแล้วเค้าว่าจะฉลาด อยากให้คนดูแลเรื่องน้ำท่วมมาทานปลาที่เขาแหลมจัง จะได้หัวแหลมแล้วรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ประเทศไทยจะไม่จมน้ำอีก
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th   บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย