เชียงใหม่.......เอ่ยคำนี้ครั้งใดคนเมืองกาญจน์อย่างผมรู้สึกว่ามันไกลเหลือเกิน
ระยะทาง
700 กิโลเมตรกับอีกนิดหน่อย(ที่จำไม่ได้ว่าหน่อยไปเท่าไหร่)
จากกาญจนบุรีขับรถไปแต่ละที เมื่อยไปทั้งตัว ต่อให้ขับบ้างพักบ้างก็เหนื่อยน่าดูชม
แต่เชียงใหม่นั้นช่างมีเสน่ห์ดึงดูดให้ไปเที่ยวหาอยู่เรื่อยๆ
ถึงจะไกลขนาดนี้ก็เถอะ ผมก็เดินทางไปเที่ยวเชียงใหม่ทุกๆปี
บางครั้งพาลูกค้าทัวร์ไปเที่ยวบ้าง พาครอบครัวไปเที่ยวกันเองบ้าง
จนจำถนนหนทางได้พอสมควร อีกทั้งยังมีเพื่อนอยู่ที่เชียงใหม่นิดหน่อย
สำหรับผมเชียงใหม่ถึงแม้จะไกล ก็ยังน่าไปหาอยู่เสมอ
ทริปนี้ครอบครัวผมวางแผนกันเอาไว้เกือบๆปี
เนื่องจากสายการบิน
low cost หางแดง(หุหุเดากันหน่อยนะ)มีโปรโมชั่นค่าตั๋วถูกก็เลยจองเอาไว้ล่วงหน้า
โดยกำหนดวันเอาไว้ช่วงปิดเทอมพอดี
เพื่อจะได้หอบหิ้วเอาเด็กๆไปนั่งเครื่องบินกันซักครั้งปกติหากจะไปเที่ยวกันในครอบครัว
ผมมักจะนิยมขับรถกันไปเอง
เนื่องจากว่าสามารถไปไหนและอยู่นานเท่าไหร่ก็ได้ตามอำเภอใจ
หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ก็ต้องทำตามโปรแกรมและตารางเวลา
แต่สะดวกสบายเรื่องกินเรื่องเที่ยวเพราะทัวร์จัดการให้หมด
หุหุเจ้าของบริษัททัวร์ก็ออกมาเที่ยวเองก็อยากเอ้อระเหยลอยชายบ้างแหละครับ
เอาเป็นว่าผมเอาโปรแกรมเที่ยวเชียงใหม่แบบสบายๆมาแนะนำให้กับคนที่มีเวลาน้อยๆแล้วกันนะครับ
ปกติเวลาเราเดินทางโดยรถยนต์ไปเชียงใหม่ก็ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบเต็มวัน
เดินทางไปกลับก็เสียเวลาไปแล้ว 2 วัน หากใครมีเวลาแค่ 2 วัน 1 คืนคงหมดโอกาสไปเชียงใหม่แน่นอน
เพราะไม่มีเวลาเที่ยว
ดังนั้นเราก็ย่นเวลาเดินทางจากรถยนต์เปลี่ยนเป็นเครื่องบินแทน
เซฟเวลาได้เยอะเลยครับ
ผมวางโปรแกรมโดยออกเดินทางจากกรุงเทพฯด้วยเครื่องบินเที่ยวแรกประมาณ
06.30 น. ถึงเชียงใหม่ก็ยังไม่แปดโมงเช้าเลยครับ นั่งรอบริษัทรถเช่านำรถมาส่งที่สนามบินสักพักก็ได้พาหนะพาเราเที่ยวเมืองเชียงใหม่กันแล้ว
บริษัทที่ให้เช่ารถในเชียงใหม่มีหลายเจ้าลองเลือกกันดูนะครับ
บริษัทท้องถิ่นก็มีคราวนี้ผมใช้บริษัทท้องถิ่น บริการดีคุยง่ายราคาสมเหตุสมผล
แต่มีข้อแนะนำสักนิดนึงนะครับ ก่อนที่จะรับรถออกมา กรุณาตรวจสภาพรถให้เรียบร้อย
ร่องรอยขูดขีด บุบครูดต่างๆ
ให้คนส่งรถบันทึกไว้ให้หมดเนื่องจากเราไม่ได้เป็นคนทำให้เกิดรอยเหล่านี้
และตรวจสภาพยางด้วยนะเพราะบางครั้งยางรถหมดสภาพแล้ว ก้มดูสักนิดชีวิตปลอดภัยครับ รับรถเสร็จเราก็ออกไปแวะหามื้อเช้าทานกันก่อน
ร้านอร่อยๆในเชียงใหม่มากมายเลือกทานกันตามอำเภอใจ
อิ่มมื้อเช้าแล้วเราก็ออกเดินทางไปที่วัดพระธาตุจอมทอง
พระธาตุประจำปีเกิดของคนปีชวด ตั้งอยู่ ณ อำเภอจอมทอง ห่างจากเชียงใหม่เกือบๆ60
กิโลเมตร สักการะองค์พระธาตุเสร็จแล้วก็กลับเข้ามาตัวเมืองเชียงใหม่อีกครั้ง
ก่อนจะเดินทางไปเที่ยวศูนย์หัตถกรรมบ่อสร้าง อ.สันกำแพง
พากันไปดูวิธีการวาดลวดลายลงบนร่ม
เลือกซื้อของที่ระลึกสักหน่อยแล้วจึงเดินทางกันต่อ
จุดหมายต่อไปคือพระธาตุดอยสุเทพ
พระธาตุประจำปีเกิดของคนปีมะแม แต่ว่าในทัวร์คณะนี้ไม่มีใครเกิดปีมะแมสักคน
ก็ถือว่าได้มาเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นมงคลแก่ตัวเราเอง
ขาขึ้นเราใช้บริการลิฟท์ของวัดสะดวกสบายดีจริงๆ ขาลงค่อยเดินลงมาเรื่อยๆ
บันไดนาคของพระธาตุดอยสุเทพก็เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันพอสมควร
เดินลงมาตามบันได้ก็แวะช็อปปิ้งกันมาเรื่อยๆ
ข้างบันไดมีของฝากสำหรับคนทางบ้านหลากหลาย
แต่ที่ผมชอบใจกลับเป็นสตรอเบอรี่สดใส่แก้วพร้อมจิ้มกินกับพริกเกลือ
ทานแล้วเปรี้ยวๆหวานๆอร่อยดีครับ
วันนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นทัวร์วัดกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จุดหมายต่อไปก็คือวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
ซึงมีพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีมะโรง
ซึ่งเชื่อกันว่าหากได้มานมัสการสักครั้งหนึ่งแล้ว
จะทำให้อายุมั่นขวัญยืนมีศิริมงคลแก่ตัวเองวัดนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือพระพุทธสิหิงค์
พระพุทธรูปโบราณคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่มานาน วัดพระสิงห์นี้บริษัทท่องเที่ยวต่างนิยมพาชาวต่างประเทศมาเที่ยวชมกันมากมาย
เป็นโปรแกรมหลักเมืองเชียงใหม่ที่ฝรั่งต้องมาครับ
วันเดียวไหว้ได้ถึง 3
พระธาตุ เมืองเชียงใหม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายจริงๆ 4 โมงเย็นออกจากวัดพระสิงห์ก็ได้เวลาเข้าสู่ที่พัก
เก็บเสื้อผ้าพักผ่อนชั่วครู่ค่อยออกมาหามื้อเย็นรับประทานกัน
อิ่มหนำสำราญกันแล้วโปรแกรมต่อไปก็คือการช็อปปิ้ง
ตลาดไนท์บาร์ซ่ายังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่น่าไปเที่ยวชม
เดี๋ยวนี้มีตลาดส่วนใหม่ขยายเพิ่มเติม
สินค้าหลากหลายเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง เดินพอเมื่อยก็กลับเข้ามาพักผ่อนในโรงแรมหมดไปแล้วหนึ่งวัน
เช้าวันรุ่งขึ้นเราไม่รีบร้อนอะไร
มาเที่ยวนะครับไม่ใช่หนีเที่ยว จะได้รีบกินรีบตื่น วันนี้โปรแกรมสบายๆครับ
ตื่นสายๆทานมื้อเช้าเสร็จแล้วออกไปหาซื้อของฝากสำหรับคนทางบ้าน แคปหมู
น้ำพริกหนุ่ม หมูยอ ฯลฯ มาถึงต้นตำหรับทั้งทีก็ต้องพากลับบ้านกันหน่อย
ซื้อของเสร็จหาทานมื้อเที่ยงพอมีเวลาเหลือ
แวะไปร้านไอศกรีมของตลกชื่อดังที่เล่นกับคนอื่นแล้วไม่ขำ
ต้องอยู่ตัวคนเดียวถึงจะเริ่ด แหะๆพอจะรู้กันใช่มะว่าร้านของใคร
ร้านแต่งสไตล์แนวๆอาร์ตๆ รูปปั้นเซรามิคตัวใหญ่เด่นหน้าร้านใครมาก็ต้องถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระทึก(ลึก)สักหน่อย
ทานไอติมอิ่มกาแฟเรียบร้อยแล้วก็เข้าไปที่สนามบินกันส่งคืนรถเช่า
เช็คอินตั๋ว รอขึ้นเครื่องกลับเที่ยวบินสักห้าโมงเย็นกำลังดี
ถึงกรุงเทพฯเย็นๆยังไม่มืด แวะหามื้อเย็นอร่อยๆทานกันก่อนกลับบ้าน
แค่นี้ก็จบทริปอย่างมีความสุขแล้วครับ 2 วัน 1 คืนก็ไปเที่ยวเชียงใหม่ได้เห็นมั๊ยเชียงใหม่ใกล้กว่าที่คิดจริงๆ
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่
www.facebook.com/captainpex www.dsr.co.th
DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว
บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น