วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

แม่กำปอง พี่หมายปองน้องนักหนา



แม่กำปอง พี่หมายปองน้องนักหนา

               ขณะที่ปั่นต้นฉบับอยู่นี้เป็นต้นเดือนธันวาคม 2556 อากาศหนาวมาเยือนเมืองไทยแล้ว เมื่อเช้าอุณหภูมิหน้าบ้านวัดได้ 17*C อากาศแบบนี้ชาวไทยน่าจะมีความสุขกัน แต่สถานการณ์การเมือง ณ วันนี้ยังมีการประท้วงอย่างหนัก คนไทยแบ่งแยกกันเป็นฝักฝ่าย ผมได้แต่ภาวนาขอให้ประเทศไทยเรากลับเข้าสู่ความสงบสุข คนไทยรักกันไม่แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย และเหตุการณ์ทั้งหลายสงบลงก่อนวันพ่อด้วยเถิด
               อากาศหนาวๆแบบนี้ ใครๆก็คิดถึงภาคเหนือกันก่อนเป็นอันดับต้นๆ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ลำปางฯลฯ และอีกหลายๆจังหวัดมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เศรษฐกิจดีขึ้นกว่าฤดูฝน พ่อค้าแม่ขายเตรียมรับนักท่องเที่ยวกันเต็มที่ ไม่รู้ว่าปีนี้จะหนาวนานแค่ไหน ขอให้ความสุขแบบนี้อยู่กับเรานานๆก็แล้วกัน แต่กับบางคนที่ไม่มีคู่คงไม่อยากให้หนาวนาน ได้ยินเสียงแว่วมาตามลมหนาวว่ามันเหงาแปลกๆ
               แต่ถ้าใครมีคู่อยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะพาไปเที่ยวสถานที่บรรยากาศโรแมนติคท่ามกลางธรรมชาติ เงียบสงบและมีเจ้าของบ้านน่ารักๆกันครับ ต้องบอกว่าถือเป็นโชคดีของผมจริงๆที่มีโอกาสร่วมคณะกับ ททท.สำนักงานกาญจนบุรีไปร่วมงานเที่ยวไทย๕ภาคที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยท่านผอ. อิสระพงษ์ แทนศิรินำทีมแถมพาไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย
               ท่านผอ.อิสระพงษ์พาไปศึกษาแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยมีททท.เป็นผู้สนับสนุน แห่งแรกคือที่น้ำพุร้อนสันกำแพง ที่มีความลงตัวของความสวยงามควบคู่กับการให้บริการสถานที่ ส่วนอีกที่หนึ่งคือ “บ้านแม่กำปอง” แม่กำปองเป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ในตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบ ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ ป่าเขาและน้ำตก ที่สำคัญชาวแม่กำปองมีอัธยาศัยไมตรีน่ารักเสียนี่กระไรคณะเราไปถึงแม่กำปองเมื่อตอนเกือบเที่ยงวัน กว่าจะมาถึงก็ต้องรื้อฟื้นความหลังกันเล็กน้อย เพราะท่านผอ.บอกว่า เคยมานานมากแล้ว ในสมัยที่มาสำรวจและส่งเสริมแม่กำปองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในสมัยเริ่มต้น ฟื้นความหลังกันไปมาก็นับว่าเกินสิบปีไปแล้วมั้งฮ่าๆๆ แต่จุดสังเกตหลักๆก็ยังคงอยู่ การดูแลยังเหมือนเดิม แต่เพิ่มความสวยงามและเป็นระเบียบมากขึ้น
               มีกิจกรรมผจญภัย การโรยตัวตามต้นไม้ เพิ่มขึ้นมา แต่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างไม่ขัดเขินร้านอาหาร โฮมสเตย์พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวหลายแห่ง เรารับประทานอาหารเที่ยงแบบง่ายๆที่ร้านอาหารตามสั่งกลางหมู่บ้าน ที่ไม่ได้มีเพียงข้าวกับก๋วยเตี๋ยว แต่แถมกาแฟสดหอมอร่อยอีกคนละแก้ว จะลาเต้ มอคค่า เอสเพรสโซ่ก็มีบริการ ที่สำคัญเมล็ดกาแฟปลูกในแม่กำปองเองเสียด้วย ทานเสร็จที่ร้านยังมีบริการนำเที่ยว เราสามารถติดต่อขอไกด์นำเที่ยวหมู่บ้านได้ที่นี่ จะติดต่อที่พักก็ได้นะเรียกว่า One stop service
               นั่งพักพอข้าวเรียงเม็ด เราก็ออกเที่ยวรอบหมู่บ้านโดยมีสาวไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยว ไปกันแบบสบายๆ เดินเที่ยวชมกันไปด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ชมโฮมสเตย์และร้านกาแฟน่านั่ง ชมต้นชาแถมโชว์วิธีการเก็บใบชาจากไกด์คนเก่ง ผ่านป่าชุมชนไปจนถึงน้ำตกแม่กำปอง ที่ไหลกลายเป็นลำห้วยหล่อเลี้ยงผู้คนในหมู่บ้าน พักผ่อนหายเหนื่อยเราเดินต่อไปแวะชมโรงผลิตเม็ดกาแฟ ไกด์คนสวยแนะนำถึงวิธีการเก็บ การแกะเมล็ด ต้องแช่น้ำลอกเปลือก ตากแดดก่อนจะสีเมล็ดก่อนจะนำไปคั่ว เรียกว่ากว่าจะมาเป็นเมล็ดกาแฟสดเพื่อนำมาบดให้เราได้ดื่มกันนี้ยากไม่ใช่เล่นๆ
               ยังไม่จบทริป ไกด์สุดสวยพาเดินเลาะตามลำธารมุ่งตรงกลับหมู่บ้าน แนะนำสมุนไพรต่างๆที่มีอยู่ดาษดื่นในบริเวณนั้น เจ็บป่วยเบื้องต้น แพทย์แผนไทยของที่นี่มียาจากธรรมชาติให้ใช้ไม่ขาดมือ ช่วงสุดท้ายเราเดินผ่านกลางหมู่บ้าน บรรยากาศบ้านชนบทเมืองเหนือ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ ท่านผอ.อิสระพงษ์บอกว่านอนสบายและต้อนรับดีแน่นอน เพราะเคยนอนมาแล้วแม้จะร่วมสิบปีก็เถอะ เพราะกลับมาคราวนี้ได้มาเจอคุณยายเจ้าของบ้านที่ท่านผอ.เคยมาพักในสมัยสำรวจแหล่งท่องเที่ยวบ้านแม่กำปอง ยังคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวเหมือนเดิม ถ้าไม่ดีจริงโฮมสเตย์บ้านคุณยายคงไม่มีนักท่องเที่ยวมาพักแล้วล่ะ และยังได้รับข้อมูลจากคุณยายว่า เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวมากขึ้น มีการรวมตัวกันในหมู่บ้านบริหารจัดการแบ่งปันนักท่องเที่ยวไปตามบ้านอย่างทั่วถึง ยามค่ำมีการแสดงโดยเด็กๆในหมู่บ้านให้นักท่องเที่ยวชม โฮมสเตย์ทุกเจ้าอยู่กันอย่างสามัคคีและมีความสุข ที่แม่กำปองมีนักท่องเที่ยวตลอด เพราะที่นี่อากาศเย็นตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอฤดูหนาว น่าอิจฉาจริงๆ
               จบทริปด้วยการไหว้พระที่วัดประจำหมู่บ้าน สักการะหลวงพ่อในโบสถ์กลางลำธาร และช็อปปิ้งสินค้าโอท็อป หมอนใบชา ที่ช่วยให้นอนหลับสบาย ไม่มีไรฝุ่น มาแม่กำปองครั้งนี้ช่างประทับใจเสียจริงๆ แม่กำปองทำผมหมายปองอยากกลับมาเที่ยวอีกสักครั้ง เอ หรือจะหลายครั้งดีแต่เปลี่ยนคนมาเที่ยวด้วยนะฮี่ๆๆ
              
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th
DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th  
บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย


ธรรมชาติอัศจรรย์ แดนสวรรค์ตะวันตก



ธรรมชาติอัศจรรย์ แดนสวรรค์ตะวันตก

       ปัจจุบันการท่องเที่ยวถือเป็นธุรกิจสำคัญที่นำรายได้เข้าประเทศเป็นลำดับต้นๆ นอกเหนือจากธุรกิจด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ประเทศไทยเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจ และตั้งใจจะมาเที่ยวสักครั้งในชีวิต ด้วยทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ธรรมชาติ ภูมิอากาศ ทะเล หาดทราย แสงแดด สิ่งอำนวยความสะดวก ที่สำคัญคือ “คนไทย”ที่มีอัธยาศัยไมตรี เรียกว่าเป็นประเทศที่มาเที่ยวแล้วคุ้มค่าและประทับใจ จังหวัดกาญจนบุรีก็ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในประเทศไทย ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ เพราะอะไร
       กาญจนบุรีเป็นเมืองที่มีทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวครบ “แทบ”ทุกอย่างขาดเพียงทะเล นอกจากนั้นกาญจนบุรีถือว่ามีครบทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่มนุษย์สร้างขึ้น ด้านประวัติศาสตร์ก็มีมายาวนานให้ศึกษา ผู้คนก็น่ารักเป็นเมืองที่มีสถิติด้านอาชญากรรมน้อยกว่าเมืองท่องเที่ยวแห่งอื่นๆมาก จนมีคำขวัญจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งให้ว่า “ธรรมชาติอัศจรรย์ แดนสวรรค์ตะวันตก”
       หากจะพาไปเที่ยวให้ทั่วจังหวัดกาญจนบุรี คงต้องใช้เวลาเป็นแรมเดือน เนื่องจากกาญจนบุรีมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ไม่ได้มีเพียงปริมาณแต่มีคุณภาพคับแก้ว ไปแห่งหนตำบลใดก็มีแหล่งท่องเที่ยวทุกที่ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกในกาญจนบุรีก็มีหลายแห่ง เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว สัญลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรี สร้างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยชีวิตกรรมกรชาวเอเชียและเชลยศึกสัมพันธมิตรรวมกันหลายหมื่นชีวิต ช่องเขาขาดหรือ Hell fire pass ที่ตัดภูเขาทั้งลูกด้วยมือมนุษย์โดยไม่มีเครื่องจักรกลช่วย เพื่อให้รถไฟผ่าน จนเหล่าเชลยศึกสาปแช่งว่าเป็นช่องไฟนรก และรัฐบาลออสเตรเลียเห็นความสำคัญมอบทุนและบุคคลากรมาสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อรำลึกถึงเชลยศึกที่เสียชีวิตเพราะความโหดร้ายของสงคราม
       ด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ผู้คนรู้จักก็มีมากมายดังเช่น น้ำตกเอราวัณ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น น้ำตกผาตาด ถ้ำธารลอด ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นต้น ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติใหม่ๆเปิดตัวเรื่อยๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาเยี่ยมเยือนกาญจนบุรีตลอดเวลา แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เปิดตัวมาไม่นานและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่  เขาช้างเผือก ที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และถ้ำเสาหินอุทยานแห่งชาติลำคลองงู อยู่ที่อำเภอทองผาภูมิ ทั้ง 2 อุทยาน
              นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นของแหล่งท่องเที่ยวในกาญจนบุรียังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ที่ยังไมได้กล่าวถึงในบทความนี้ และยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ที่ยังไม่เผยโฉมสู่สายตานักท่องเที่ยว เนื่องจากรักษาไว้เพื่อให้ธรรมชาติยังคงอยู่ ชาวกาญจนบุรีควรเห็นความสำคัญช่วยกันดูแลรักษาสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอยู่ในปัจจุบัน มิให้เสื่อมโทรมลง และรักษาไว้อยู่คู่กาญจนบุรีตลอดไป
               ก่อนจากกันวันนี้ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ช่วยอำนวยพรในวันปีใหม่ให้กับผู้อ่านทุกท่าน และขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองประเทศไทยให้พ้นภัยการเมืองให้คนไทยกลับมาเข้าใจกันเหมือนเดิมโดยเร็วครับ
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th
DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th  
บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย