วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

FINO โต้ลมหนาว พาคิตตี้หนีเที่ยวสังขละ

FINO โต้ลมหนาว พาคิตตี้หนีเที่ยวสังขละ

by Pro Pex on Saturday, July 9, 2011 at 12:07pm ·
 
ทริปนี้จัดให้ตามใจเพื่อนผม นายชานนท์ ผู้ที่มีช่วงชีวิตที่แสนน่ายินดีเพราะมีสาวๆเข้ามาในชีวิตมากมาย
 แต่ชีวิตไม่เป็นไปอย่างที่คิดเสมอ ฮ่าๆๆ
ดังนั้น แผนนี้จึงเกิดขึ้นมา ขี่มอ'ไซด์ไปสังขละบุรี ไม่ว่าจะมีอะไรก็ตาม ต้องไปให้ได้ครับสังขละบุรี
สังข ละบุรีเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่ง เช่นวัดจมน้ำ สะพานมอญ วัดหลวงพ่ออุตตมะ ด่านเจดีย์สามองค์เป็นต้น การเดินทางก็แสนสะดวกสบายในสมัยก่อนอาจจะเจอกับทางลูกรังช่วงทองผาภูมิ – สังขละบุรี แต่ปัจจุบันทางลาดยางตลอดสายครับ รถประจำทางจากกรุงเทพฯก็มี ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต มีสายกรุงเทพฯ กาญจนบุรี ด่านเจดีย์สามองค์ แต่ว่าทริปนี้เราจะเดินทางโดยมอเตอร์ไซด์ครับ ไปกันสองคน สองคัน ยามาฮ่า ฟีโน่ กับ ฮอนด้าคลิก (ได้ค่าโฆษณาไหมเนี่ยะ)
แถมฟีโน่สีชมพูแต่งลายการ์ตูนคิตตี้ซะด้วย นี่แหละที่มาของชื่อคอลัมน์นี้

ออก เดินทางจากเมืองกาญจน์ตอนเที่ยงๆ ขี่ไปเรื่อยๆ รถไม่เยอะมาก มีรถใหญ่จำพวกรถบรรทุกบ้างประปราย แต่เมื่อเลยเขตอำเภอไทรโยค แถวหน้ามหาวิทยาลัยมหิดลไปแล้ว ก็มีแต่พวกรถเล็กเป็นส่วนมาก
 เราแวะ รับประทานอาหารกลางวันกันที่หน้าน้ำตกไทรโยคน้อย ทานไปมีอาหารตามาเสริมพอสมควร นักท่องเที่ยวต่างชาติ มากมายจริงๆมาแวะเล่นน้ำตกที่นี่ ส่วนใหญ่น่าจะเป็นชาวรัสเซีย ซึ่งนิยมมาเที่ยวที่กาญจนบุรีเพื่อชมความงามจากธรรมชาติ ป่าเขา น้ำตก แสงแดดและอากาศสดชื่น
อิ่มแล้วก็ออกเดินทางต่อ แดดดีจริงๆแต่ก็ไม่ค่อยร้อนเพราะมีต้นไม้ตลอดสองข้างทาง ถนนเส้นที่วิ่งขึ้นอำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละยังมีธรรมชาติสวยงาม ป่าเขาและน้ำท่ายังอุดมสมบูรณ์ ดูเพลิดเพลินตาเวลาเดินทางจริงๆ ขี่รถกันเพลินไปหน่อยป้ายต่างๆก็ไม่ได้ถ่ายเป็นหลักฐานเลย เดี๋ยวนี้นิยมจริงๆถ่ายกับป้ายบอกทางและหลักกิโลเมตร ไม่เป็นไรเจอที่ไหนก็ถ่ายรูปที่นั่นแล้วกันครับ ก็จึงมาถ่ายป้ายบอกระยะทางเอาตอนเกือบถึงทองผาภูมิซะแล้ว
  เราแวะเติมน้ำมันและพักรถที่อำเภอทองผาภูมิแค่สั้นๆ แล้วจึงเดินทางขึ้นสังขละบุรีกัน จุดหมายต่อไปของเราคือ”น้ำตกเกริงกระเวีย” ซึ่งเป็นน้ำตกไม่ใหญ่มาก มีความสวยงามในระดับหนึ่ง อยู่ริมเส้นทางไปสังขละบุรี เราแวะพักทานกาแฟร้านรอยยิ้มหน้าน้ำตกเกริงกระเวีย รสดีใช้ได้ครับ ยังจำกลิ่นหอมของกาแฟแลรสชาติที่ลิ้นสัมผัสได้จนทุกวันนี้ ยังไม่เหนื่อยครับพึ่งขี่มาร้อยห้าสิบกิโลเองจากกาญจนบุรี เราเดินไปถ่ายรูปน้ำตกกันนิดหน่อย แล้วจึงวิ่งรถยาวๆสู่สังขละบุรี
  แต่ก็อดที่จะแวะกันอีกไม่ได้ ที่กลางสะพานรันตี ถ่ายรูปแม่น้ำรันตี 1 ในสามประสบจุดกำเนิดแม่น้ำแควน้อย สามประสบนั้นประกอบด้วย แม่น้ำสามสายคือ รันตี บีคลี่ และซองกาเลีย มาพบกันที่สังขละบุรีเป็นแม่น้ำแควน้อยไหลล่องมาสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี แล้วจึงรวมกับแม่น้ำแควใหญ่เกิดเป็นแม่น้ำแม่กลองไหลไปสู่อ่าวไทย แม่น้ำรันตีในหน้าแล้งและหน้าน้ำนั้นแตกต่างกันมากมาย ยามแล้งแม่น้ำเหือดแห้งบางช่วงเดินข้ามหัวเข่าไม่เปียก แต่ยามหน้าน้ำป่า น้ำมาเต็มทุ่งสุดลูกหูลูกตา เชี่ยวกลากดูดุดัน หน้าฝนเช่นกันบริเวณนี้ปลาชะโดจะเยอะมากครับ เพราะมันมารอผสมพันธุ์ เนื่องจากเป็นรอยต่อของน้ำแดงและน้ำใส นักตกปลาชอบมากบริเวณนี้
  คราวนี้ไม่แวะแล้ว อีกนิดเดียวเอง และแล้วก็มาถึงจนได้ครับอำเภอสังขละบุรี ทีแรกไม่มีใครเชื่อเลยว่าผมจะมาสังขละบุรีโดยมอเตอร์ไซด์และเป็นฟีโน่ซะด้วย หุหุ กับคนน้ำหนัก100กิโล และระยะทาง200กว่ากิโลเมตร ลูกน้องผมในเดือนฉายรีสอร์ทไม่มีใครเชื่อ หึหึลูกพี่ขับแต่รถยนต์ไม่น่าเป็นไปได้ วันเดินทางกลับ ขี่รถเข้ารีสอร์ท ลูกน้องตกใจกันใหญ่คันนี้เนี่ยะนะ "ไปสังขละฯมาแล้ว" หึหึ ที่จริงคงคิดกันว่า ลูกพี่น่ะบ้า "ได้เรื่อง"
   หาที่พักกันก่อนคืนนี้เราพักที่แพมิตรสัมพันธ์ ของลุงสงบและพี่เจริญ อาหารอร่อยและแพพักนอนสะดวกสบาย ที่สำคัญราคาไม่แพงครับ ผมใช้บริการมานานมาก เกินสิบปีแล้ว อาหารอร่อยเหมือนเดิมครับ มีที่นอนแล้วก็สะพายกล้องกันคนละตัว ไปสะพานมอญกัน คนชอบถ่ายรูปมาด้วยกันก็โอเคหน่อย มีรูปตัวเองแน่นอนก็ผลัดกันถ่ายครับ ไม่งั้นมีแต่ภาพวิว สะพานมอญยามเย็นได้เห็นถึงวิถีชีวิตริมน้ำยามค่ำ ชาวบ้านเริ่มเดินกลับหมู่บ้าน ฝั่งที่ผมยืนอยู่นี้เป็นฝั่งหมู่บ้านมอญ เด็กๆเลิกจากโรงเรียนกลับบ้าน ชาวมอญเดินกลับบ้านหลังจากเลิกงานประจำวันทั้งหญิงและชาย สาวมอญตาคมผมยาว ผิวนวลด้วยแป้งทานาข่างามจริงๆ
มืดแล้วเราก็เก็บของกลับที่พักกัน คืนนี้นั่งทานอาหารในแพ ดื่มสุราบางเบาคุยกันระหว่างเพื่อน ที่ทุกข์ก็คลาย ที่เศร้าก็หาย แล้วก็หลับไปด้วยความสุข
รู้สึกตัวอีกครั้งก็เช้าแล้ว เจ็ดโมงกว่าๆ
แต่ หมอก"ตรึม"เลยครับ  รอบๆแพพักมองไปยังแพกลางน้ำ และสะพานมอญมีแต่หมอกล้อมรอบ ถึงหมอกจะหงอย เอ้ย! ถึงหมอกจะเยอะแต่ชาวบ้านก็ยังต้องเดินทางด้วยเรือไปมาหาสู่กัน แต่ด้วยความชำนาญการเดินทางจึงไม่มีอุบัติเหตุใดๆ
  พอเริ่มมีแดด เราก็มาที่วัดหลวงพ่ออุตตมะกันครับ แวะไหว้พระที่เจดีย์ แล้วจึงลงมาตลาดหาข้าวเช้าทาน แวะมาที่ตลาด มาทานโจ้กร้านนี้กันครับ ร้านป้าเย็น มีทั้งโจ้ก และขนมจีน ขนมจีนนับเป็นอาหารประจำพื้นที่ของที่นี่ เพราะเค้าทำเส้นกันเองและนิยมทานเป็นอาหารเช้า ร้านนี้มีน้ำยาป่า น้ำยากะทิ และน้ำยาหยวกกล้วย ผมทดลองแล้วน้ำยาหยวกกล้วย ใส่เครื่องเยอะๆอร่อยดีครับ
ร้านโจ้กอยู่หน้าสะพานมอญ เราก็เลยถือโอกาสมาถ่ายรูปกันก่อนกลับอีกสักรูป ถ่ายคู่กะเพื่อนสักหน่อย ทริป ตามรอยหัวใจชานนท์ เพราะความซนแท้ๆ แค่ถามว่าขี่มอ'ไซด์ไปสังขละกันมั๊ย ผมเลยจัดให้ตามใจหุหุ ไม่รู้เพื่อนมีอะไรแต่ยังไงก็ไปเถอะ ยามาฮ่าฟีโน่และฮอนด้าคลิก ซิ่งไปสังขละ อำเภอสังขละบุรีไม่ไกลจากกรุงเทพ และยังมีวัฒนธรรมมอญให้สัมผัส ไม่ต้องไปไกลถึงปายก็ได้บรรยากาศ รีบมาครับรีบมา วัฒนธรรมดีๆที่มีให้เห็น หรือจะตามรอยฟีโน่ก็เชิญเลยครับ ส่วนผมขอไปพักก่อนครับ "เมื่อย"จังเลยคร้าบ Finoโต้ลมหนาว"พาคิตตี้หนีเที่ยวสังขละ"
สำหรับหนังสือพิมพ์โพสท์นิวส์ ฉบับเดือนกรกฎาคม 2554

ไม่มีความคิดเห็น: