วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รอหน่อยนะ....อุบล



รอหน่อยนะอุบล

               ย่างเข้าหน้าฝนแล้ว แม้ต้นเดือนพฤษภาคมแบบนี้ยังจะร้องตับแลบ แต่ก็มีฝนฟ้าตกลงมาพอให้คลายร้อนกันเรื่อยๆ ส่วนกีฬาสีการเมืองล่วงเข้าเดือนที่ 6 ก็ยังไม่มีวี่แววจะจบเกมส์กันได้ คนไทยเราปรับตัวเก่ง ก็อยู่ร่วมกันไป คนที่ลำบากก็ต้องทนกันต่อไป ไม่คุยเรื่องการเมืองดีกว่า แม้ว่ามันจะกระทบเรื่องการท่องเที่ยวแบบเต็มๆก็ตาม
               กว่าจะคลอดบทความตอนนี้ออกมาได้นี่ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะช่วงนี้ยุ่งเหลือหลาย ส่วนใหญ่ก็เดินทางท่องเที่ยวนี่แหละ มีเวลาว่างก็ใช้ให้คุ้ม อย่ามัวแต่ทำงานเก็บเงินครับ พอเจ็บไข้ขึ้นมาหมดโอกาสท่องเที่ยวเดี๋ยวจะเสียดาย บริหารการเงินสักนิด กิน ใช้ เที่ยว ออม แบ่งเอาไว้ให้เรียบร้อยแค่นี้ก็เที่ยวได้เรื่อยๆแล้ว
               อีกหนึ่งทริปที่ตั้งใจจะไปเที่ยวอีกครั้ง แต่ก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก ก็คือทริปสะพายเป้เที่ยวท่องล่องอุบล หรือเมืองอุบลราชธานีนี่แหละ เคยได้ไปครั้งหนึ่ง ยังตราตรึงติดใจให้อยากกลับไปหาอีกหลายครั้ง คุยกันกับเพื่อนซี้ที่เป็นตัวตั้งตัวตี อยากไปนักหนา เป็นคนชวนและวางแผนเสียดิบดี แล้วก็พลาดเรื่อยไป ว่าแล้ววันนี้เขียนเรื่องทริปอุบลครั้งที่ผ่านมาดีกว่า เผื่อเพื่อนผมมันจะตั้งใจไปให้ถึงอุบลสักที
               อุบลราชธานีเป็นจังหวัดทางภาคอีสาน อยู่ติดกับประเทศลาวทำให้สามารถเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศลาวได้ด้วย เมืองท่องเที่ยวของลาวก็คือ แขวงจำปาสักมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ได้แก่น้ำตกคอนพะเพ็งหรือไนแองการ่าแห่งเอเชีย น้ำตกหลี่ผี น้ำตกตาดฟาน น้ำตกตาดผาส้วม ปราสาทหินวัดพู ถ้าชอบช้อปปิ้งก็ที่ตลาดดาวเรืองเป็นต้น โปรแกรมนี้เพื่อนผมก็วางแผนอยากจะเช่ารถมอเตอร์ไซด์ในลาวแล้วขี่ไปเที่ยวให้ทั่ว อืมเมื่อไหร่ดีล่ะเพื่อนรอนานแล้ว
               ถ้ายังไม่พร้อมจะเข้าลาวก็ลองเที่ยวในตัวเมืองอุบลก่อนก็ได้ ในตัวเมืองอุบลนี่ไปไหนก็สะดวกสบาย ผมล่ะชอบจริงๆเพราะเมืองนี้เค้ามีรถแท็กซี่วิ่งกันตลอดทั้งวันทั้งคืน โรงแรมก็มีบริการมากมายเลือกได้หลายระดับ การเดินทางมาเมืองอุบลก็มีหลายช่องทาง นอกเหนือจากรถประจำทางและรถส่วนตัวก็ยังมี รถไฟและสายการบินต่างๆมาถึงเมืองอุบล เห็นมั้ยมาง่ายขนาดนี้ทำไมไม่ยอมมาสักทีนะเพื่อนเรา
               ยามค่ำคืนในเมืองอุบลก็มีร้านอร่อยๆชิลล์ๆน่านั่งหลายร้านไปครั้งหน้าต้องไปนั่งฟังเพลงสักครั้ง เห็นเค้าเล่ากันว่าสาวอุบลน่ารักๆมักออกมานั่งชิลล์กันอิอิ แถมวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ยังมีถนนคนเดินให้เดินเล่นจับจ่ายกันอีก สินค้าเยอะมาก แต่ที่สุดยอดคือแม่ค้าน่ารัก ใจดี ถ้ารู้ว่ามาไกลจะลดราคาให้พิเศษอีกด้วย พูดแล้วชักคิดถึงแม่ค้ามาตะหงิดๆฮี่ๆๆ  ถนนคนเดินนี้อยู่บริเวณศาลหลักเมือง ช่วงถนนเลียบแม่น้ำมูลและถนนราชบุตร ใกล้ๆทุ่งศรีเมืองนี่แหละ แถมอีกนิดแถวๆนั้นมีร้านไอศกรีมโฮมเมด รสอร่อยราคาไม่แพง มีไอศกรีมรสชาติแปลกๆด้วยอย่างเช่น ไอศกรีมรสน้อยหน่า ยาคูลท์ น้ำปลาหวาน ผมลองแล้วโอ(เค)เลย
               เดี๋ยวจะหาว่าชวนเที่ยวแต่กลางคืน อุบลยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่ชอบทำบุญด้วย เช่นมีวัดสำคัญคือ วัดศรีอุบลรัตนาราม หรือวัดศรีทอง วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 มีพระคู่บ้านคู่เมืองประดิษฐานอยู่คือ พระแก้วบุษราคัม และยังมี “วัดหลวง” ซึ่งเป็นวัดแรกของเมืองอุบลราชธานีอยู่ไม่ไกล มีพระแก้วไพฑูรย์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดให้สักการะ เป็นต้น
               แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอุบลที่ผมยังไม่เคยไปก็มีนะ ผาแต้มและสามพันโบก เค้าบอกกันว่าสวยนักหนา Unseen Thailand ตั้งใจจะไปให้ได้ ยิ่งนึกถึงยิ่งอยากไป อุบลนี้ดีจริงๆ คุณเพื่อนพร้อมรึยัง ข้าพเจ้าอยากไปเที่ยวอุบลราชธานีแล้ว แต่แว่วๆมาว่าคุณเพื่อนยังไม่พร้อม(อีกแล้ว)
ถ้าเป็นแบบนี้ รอหน่อยนะอุบล


ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th
DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th  
บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย



วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ถ้ำมอง2 อุทยานแห่งชาติลำคลองงู



เตรียมตัวให้พร้อม สวมไฟฉายคาดศีรษะ ผูกเชือกรองเท้าหุ้มส้น ไม่ต้องดีขนาด New Balance, Nike, หรอก แค่รองเท้าผ้าใบที่แน่นหนา ไม่ขาดง่ายๆก็พอครับ เสื้อชูชีพ เสื้อผ้าที่ทะมัดทะแมงไม่รุ่มร่าม ไม่ใช่แค่เดินลุยน้ำนะ ต้องว่ายน้ำฝ่ากระแสน้ำในถ้ำด้วย กระเป๋าโอเชี่ยนแพ็คหรือกระเป๋าพีวีซีกันน้ำสำหรับใส่ของที่เปียกน้ำไม่ได้ แต่อย่าลืมนะว่าต้องสะพายติดตัวเวลาว่ายน้ำด้วย ดังนั้นผมแนะนำให้เอาเฉพาะของที่ต้องการเอาไปและจำเป็นจริงๆแค่นั้นพอ ตอนว่ายน้ำแล้วกระเป๋ามันสะบัดไปมา ฟาดหัวฟาดหลังมันค่อนข้างลำบากและไม่คล่องตัว
               เมื่อพร้อมแล้วเราก็เริ่มเข้าถ้ำกันเลย จากจุดพักเราจะเดินขึ้นไปยังปากถ้ำ เริ่มต้นด้วยการรับน้องโดยการลงน้ำไปลอยคอเกาะผนังถ้ำ แล้วลอยคอสวนน้ำเข้าถ้ำไปนิดหน่อยก็เดินขึ้นฝั่ง ที่จริงน่าจะเรียกว่าโขดหินกลางถ้ำมากกว่า เดินข้ามโขดหินแล้วก็ลงลอยคอกันอีก ระยะสั้นบ้างยาวบ้าง ขึ้นๆลงๆกันสักสามสี่รอบ ก็จะเจอน้ำแรงขึ้นเรื่อยๆ จนจุดรองสุดท้าย(รองนะ)ก็ต้องว่ายน้ำแบบใส่เต็มกำลังว่ายน้ำข้ามฝั่ง นั่งพักสักนิดหน่อยพอคลายเหนื่อยก็ต้องกระโจนลงน้ำในช่วงสุดท้าย สาวเชือกข้ามน้ำที่ไหลเชี่ยวเพื่อจะเข้าไปในถ้ำช่วงสุดท้าย
               เมื่อผ่านจุดสุดท้ายมาได้ ก็ปีนข้ามภูเขาหินลูกย่อมๆในถ้ำ ไปพบกับลานกว้างที่ได้นั่งพักคลายเหนื่อย ท่ามกลางความมืดโอบรอบตัว มีแค่แสงจากไฟฉายจากพวกเราให้แสงสว่างจากการรวมกลุ่ม จนกระทั่งเจ้าหน้าที่อุทยานเดินไปส่องไฟลึกเข้าไปภายในถ้ำ แท่งหินปูนใหญ่อลังการ สูงจนต้องแหงนคอตั้งบ่า ก็ปรากฏสู่สายตา ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าธรรมชาติจะสรรสร้างสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้ได้ ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กัน ถึงสร้างให้หินงอกและหินย้อย มาพบกันจนเป็นแท่งหินใหญ่ยักษ์เช่นนี้ได้ เราพยายามถ่ายภาพกันอย่างเต็มที่ แต่เพราะความมืดและความใหญ่โตของแท่งเสาทำให้ได้เพียงภาพเลือนรางกลับมา
               แต่ภาพสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่เราพบ มันเด่นชัด ไม่มีวันลบเลือน”แน่นอน” ชมแท่งหินยักษ์กันให้สมกับความยากลำบาก แล้วก็เดินทางออกจากถ้ำ ขาออกสบายหน่อยที่ว่ายตามน้ำ เพียงไม่นานก็มาถึงปากถ้ำ ปีนป่ายลัดเลาะอีกนิดว่ายน้ำตัดกระแสน้ำอีกครั้งจนถึงจุดพักครั้งแรกหน้าน้ำตก นอนแช่น้ำให้หายเหนื่อย ผมก็ให้สัญญาณลูกทัวร์ทุกคนเริ่มเดินทางกลับ
               ถ้าจำฉบับที่แล้วได้(ตอนที่1) ผมบอกไว้ว่า ขามาเราเดินลงเขาอย่างเดียว ดังนั้นขากลับก็เดินขึ้นอย่างเดียวเช่นกัน งานงอกสิครับ เรี่ยวแรงที่มีใช้เพื่อเอาชีวิตรอดในถ้ำไปเกือบหมดแล้ว ถึงคราวต้องปีนป่ายเพื่อกลับที่พักจะไหวไหมเนี่ยะ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือน้ำดื่ม หุหุจากประสบการเดินป่าและปีนเขาช้างเผือกหลายครั้ง ทำให้ผมเซฟน้ำดื่มไว้ขากลับหนึ่งขวด แต่ใช้ดื่มกัน5คน ไม่ถึงครึ่งทางก็หมดแล้ว แถมตะคริวถามหากันเป็นแถวอีก สนุกจริงๆ ผมตั้งใจไว้เลยว่า ทริปหน้าจะเอาน้ำดื่มเก็บไว้ตามทาง ขากลับจะได้มีความสุขมากกว่านี้
               เฮ้อ กว่าจะมาถึงรถเพื่อเดินทางกลับ แทบจะคลานกลับ เหนื่อยน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ตะคริวมันเล่นงานจนไม่อยากจะก้าวขา พอกลับมาถึงที่พัก ความสุขอยู่ที่นี่เอง น้ำอัดลมใส่น้ำแข็งเย็นเจี๊ยบ สวรรค์ชัดๆ อาหารเย็นวันนั้นเป็นมื้อที่อร่อยสุดๆมื้อนึง(ก็ใช้แรงจนหมดนี่นา) กลางคืนเรามานั่งล้อมกองไฟ คุยกับเพื่อนคอ(ทองแดง)เดียวกัน มันสุขจริงๆเชียว
               เช้าวันที่สองผมแบ่งทีมเป็นสองกลุ่ม ชุดแรกไปเที่ยวชมถ้ำนางแอ่น ชุดนี้สมาชิกบอกว่า ถ้ำสวยงามเกินบรรยาย ไม่น่าเชื่อว่าจะมีถ้ำที่สวยขนาดนี้ในกาญจนบุรี สำหรับชุดที่สองผมพาไปเที่ยวไร่สตอเบอรี่ แปลกใจกันเป็นแถว เมืองร้อนอย่างกาญจนบุรีปลูกสตอเบอรี่ได้ด้วยเหรอ ปลูกได้ครับแถมอร่อยมากเสียด้วย เดินเก็บเองจากแปลง เดินไปชิมไปอร่อยจุงเบย เก็บสตอเบอรี่เสร็จแวะดื่มกาแฟสดที่ปลูกแถวๆนั้นอีก ดื่มกาแฟหอมกรุ่นเพิ่มความสดชื่น สุขจริงๆ
               ก่อนกลับพวกเรานัดแนะกันว่า ฤดูกาลหน้าเราจะกลับมาอีก  เพราะมีบางคนต้องกลับมาตามหารักในถ้ำอีกครั้ง ทุกวันนี้ได้แต่เฝ้าพร่ำเพ้อถึงความหล่อล่ำ เอ้ยความสวยงามของถ้ำนางแอ่นและถ้ำเสาหิน จะคิดถึงแค่ไหนก็ต้องรอไปปีหน้า เพราะว่าฝนตกแล้วไม่สามารถเข้าถ้ำได้ ความสุขมักสั้น ขอให้เราเก็บเกี่ยวให้เต็มที่ ตอนหน้าจะพาไปเที่ยวที่ไหนรอลุ้นกันนะครับ
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/tatchasit  
DSR Travel 034-551109, 0863212220, 081-8566865
บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย














ถ้ำมอง1 (ถ้ำเสาหิน อุทยานแห่งชาติลำคลองงู)



รอ รอ รอ แล้วก็รอ รอคอย เธอมาแสนนาน ทรมานวิญญาณหนักหนา ระทม อยู่ในอุรา แก้ว กานดา ฉันปองเธอผู้เดียว แหะๆ เริ่มต้นมาก็เป็นเพลง “แต่ปางก่อน” เสียแล้ว ถ้าอายุไม่ถึง 30 นี่คงจะหาคนรู้จักยากนะนี่ แต่ว่าเริ่มต้นด้วยการ “รอ”จริงๆครับสำหรับทริปนี้ รอกันนานแบบว่าข้ามปีกันเลยทีเดียว
            จะไม่ให้รอนานได้อย่างไร เพราะว่าทริปที่จะไปนี่คือ การไปเดินป่า ว่ายน้ำ ล่องแก่ง โดดน้ำ ปีนผา เข้าถ้ำ  นอนเต็นท์ เล่นแค้มป์ไฟ ไปเก็บผลไม้ เยอะไปไหม แต่ที่บอกมานี่ได้เจอทั้งหมดเลยครับ แถมไม่ไกลด้วย กาญนะจ๊ะบุรี(กาญจนบุรี) นี่เองครับ
            ผ่านมา 2 ย่อหน้าแล้วยังไม่บอกอีกว่าคราวนี้จะพาไปที่ไหน เฉลยเลยแล้วกัน ทริปนี้เราจะไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ลำคลองงูเพื่อไปสัมผัสเสาหินปูนที่ใหญ่ที่สุดในโลกกันครับ แล้วทำไมต้องรอน๊านนานขนาดนั้น อันนี้ก็ต้องตามอ่านกันต่อไป บอกกันง่ายๆก็ไม่สนุกสิครับ
            อุทยานแห่งชาติ ลำคลองงู ตั้งอยู่ที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี การเดินทางก็อาศัยเส้นทางกาญจนบุรี – ทองผาภูมิ – สังขละบุรี เลี้ยวเข้าทางสามแยกพุทโธ ที่มีพระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่ตั้งอยู่ปากทาง จากนั้นเลี้ยวเข้าไปอีกหลายกิโลเมตร แหะๆผมจำไม่ได้แล้วครับว่าไกลแค่ไหน ประมาณสักสามสิบกว่ากิโลเมตรแล้วกัน ถ้ำเสาหินนั้นจะต้องเริ่มต้นที่หน่วยเขาพระอินทร์ ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ซึ่งการเดินทางไปหน่วยเขาพระอินทร์นั้นจะต้องผ่านหน่วยลำคลองงูไปอีก โดยวิ่งไปทางห้วยเสือร้องแล้วเลยไปอีกสิบกว่ากิโลเมตร จึงจะถึงหน่วยเขาพระอินทร์ ไม่ต้องกังวลว่าจะหลงทางนะครับ เพราะมีป้ายบอกทางแบบถาวรอยู่ เพียงแต่ตัวหนังสืออาจจะเล็กไปหน่อย แบบว่าถ้าไม่มั่นใจให้จอดรถอ่านน่ะแหละ แต่เพื่อนผมขับตามไปตอนกลางคืนเพียงคนเดียวโดยไม่หลงทาง ก็ถือว่าไปไม่ยากหรอกครับ
            เส้นทางนั้นจะราดยางและเป็นคอนกรีตให้หลงดีใจในช่วงแรกๆ แต่สักพักก็จะเปลี่ยนเป็นทางลูกรังที่บดอัดเรียบ แต่คงขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วย หากเป็นฤดูฝนก็คงเป็นหลุมเป็นบ่อกันน่าดู การจะเข้าเที่ยวถ้ำเสาหินเพื่อไปชมเสาหินปูนที่ใหญ่มโหฬารนั้นต้องติดต่อจองคิวกันล่วงหน้ากับอุทยานแห่งชาติลำคลองงูเสียก่อน โดยในแต่ละปีจะเปิดให้เข้าชมในช่วงเดือน มีนาคม ถึงเดือนเมษายนเท่านั้น อาจจะมีเกินมาในเดือนพฤษภาคมบ้างถ้าปีนั้นอากาศแห้งแล้ง ที่เปิดให้เข้าชมเพียงแค่นี้เนื่องจากว่า การเข้าเที่ยวชมในถ้ำจะต้องมีการว่ายสวนกระแสน้ำภายในถ้ำ อีกทั้งยังต้องปีนป่ายอีกพอสมควร ซึ่งขนาดฤดูแล้งกระแสน้ำยังค่อนข้างแรง ถ้าเป็นช่วงที่มีน้ำมากก็ไม่สามารถเข้าเที่ยวชมได้แน่นอน
            โปรแกรมง่ายๆที่แนะนำนะครับ คือทำอย่างไรก็ได้ให้ไปถึงหน่วยเขาพระอินทร์ก่อน 8 โมงเช้า เพราะเราจะเริ่มออกเดินทางโดยรถ 4WD ของทางอุทยานพร้อมคนนำทางและผู้ดูแลเรา ซึ่งทางอุทยานจะดูตามความเหมาะสม เมื่อถึงจุดเริ่มต้นก็จะเดินลงเขาไปเรื่อยๆ ขาไปจะเดินลงเขาอย่างต่อเนื่อง แปลว่าขากลับจะต้องเดินขึ้นอย่างเดียว ขอแนะนำให้เซฟแรงเอาไว้เผื่อขากลับและที่สำคัญคือน้ำดื่ม เผื่อไว้ขากลับด้วย เพราะว่าเหนื่อยและร้อนมากครับ ถ้าให้ดี ขาไปก็แอบเอาน้ำซุกไว้ข้างทางบ้าง ทำเครื่องหมายเอาไว้ขากลับจะได้หาเจอ
            เมื่อเดินลงไปจนถึงปากถ้ำด้านล่างแล้ว เราจะพบกับน้ำตกขนาดใหญ่ สวยงาม เย็นสบาย ให้เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ได้แก่ไฟฉายคาดศีรษะ อันนี้สำคัญมากเพราะในถ้ำมืดสนิท มือก็ไม่ว่างเพราะต้องว่ายน้ำ เกาะผนัง ปีนป่าย ดึงเชือกเหนี่ยวตัวข้ามกระแสน้ำ ไฟฉายคาดหัวจะถูกจะแพงแล้วแต่กำลังทรัพย์ แต่ที่ผมให้เพื่อนฝูงใช้อันละร้อยกว่าบาทของจีนก็สบายบรื๋อ ขอแค่ถ่านไม่หมดไฟฉายไม่ทรยศในถ้ำก็พอ ท่องไว้นะครับไฟฉายคาดหัวๆๆๆๆๆ ต้องมีทุกคน อันที่สองก็ชูชีพ ถ้าไม่มีเองก็ทางอุทยานมีให้เช่า ห้ามทำเท่ห์โชว์ว่าแน่ไม่ใส่ชูชีพไม่ได้นะครับ อันตรายสุดๆ สิ่งต่อมาก็คือรองเท้า รองเท้าหุ้มส้นอะไรก็ได้ครับ ที่ใส่ปีนเขาเดินป่าว่ายน้ำได้พร้อมๆกัน ผมว่ารองเท้าผ้าใบนี่แหละเหมาะสม แค่รู้สึกเฉอะแฉะตอนเดินกลับ แต่เบาสบาย กระชับ เหยียบหนามไผ่ไม่ทะลุมาตำเท้า อ้อ ปีนเขาเนี่ยะปีนป่ายจริงๆนะครับ แค่ไม่ต้องใช้เชือกผูกเอวกันแค่นั้นแหละ เพราะไม่ถึงระดับปีนผา อีกสิ่งหนึ่งก็คือกระเป๋ากันน้ำหรือที่เรียกว่าโอเชี่ยนแพ็ค สำหรับใส่อุปกรณ์ที่โดนน้ำไม่ได้ แต่(อีกแล้ว)เวลาปิดปากถุงต้องม้วนอย่างน้อย 4 – 5 รอบนะครับ เพื่อนผมม้วนแค่  3 รอบ พอออกจากถ้ำเปิดกระเป๋ามีน้ำแถมมาด้วย ที่สำคัญผลไม้(ไอโฟน)อยู่ในนั้นซะด้วยสิ ที่เหลือก็เตรียมกันให้เหมาะสมครับ แต่งกายทะมัดทะแมง ไม่รุ่มร่าม เตรียมอาหารเที่ยงไปทานด้วยนะครับ เดี๋ยวจะหิว เพราะกว่าจะกลับ เย็นแน่นอน


นี่พึ่งจะถึงหน้าถ้ำเท่านั้นเองก็หมดพื้นที่ซะแล้ว ฉบับหน้าค่อยเข้าไปในถ้ำกันนะครับ
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th
DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th  
บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย