วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

แม่กำปอง พี่หมายปองน้องนักหนา



แม่กำปอง พี่หมายปองน้องนักหนา

               ขณะที่ปั่นต้นฉบับอยู่นี้เป็นต้นเดือนธันวาคม 2556 อากาศหนาวมาเยือนเมืองไทยแล้ว เมื่อเช้าอุณหภูมิหน้าบ้านวัดได้ 17*C อากาศแบบนี้ชาวไทยน่าจะมีความสุขกัน แต่สถานการณ์การเมือง ณ วันนี้ยังมีการประท้วงอย่างหนัก คนไทยแบ่งแยกกันเป็นฝักฝ่าย ผมได้แต่ภาวนาขอให้ประเทศไทยเรากลับเข้าสู่ความสงบสุข คนไทยรักกันไม่แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย และเหตุการณ์ทั้งหลายสงบลงก่อนวันพ่อด้วยเถิด
               อากาศหนาวๆแบบนี้ ใครๆก็คิดถึงภาคเหนือกันก่อนเป็นอันดับต้นๆ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ลำปางฯลฯ และอีกหลายๆจังหวัดมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เศรษฐกิจดีขึ้นกว่าฤดูฝน พ่อค้าแม่ขายเตรียมรับนักท่องเที่ยวกันเต็มที่ ไม่รู้ว่าปีนี้จะหนาวนานแค่ไหน ขอให้ความสุขแบบนี้อยู่กับเรานานๆก็แล้วกัน แต่กับบางคนที่ไม่มีคู่คงไม่อยากให้หนาวนาน ได้ยินเสียงแว่วมาตามลมหนาวว่ามันเหงาแปลกๆ
               แต่ถ้าใครมีคู่อยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะพาไปเที่ยวสถานที่บรรยากาศโรแมนติคท่ามกลางธรรมชาติ เงียบสงบและมีเจ้าของบ้านน่ารักๆกันครับ ต้องบอกว่าถือเป็นโชคดีของผมจริงๆที่มีโอกาสร่วมคณะกับ ททท.สำนักงานกาญจนบุรีไปร่วมงานเที่ยวไทย๕ภาคที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยท่านผอ. อิสระพงษ์ แทนศิรินำทีมแถมพาไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย
               ท่านผอ.อิสระพงษ์พาไปศึกษาแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยมีททท.เป็นผู้สนับสนุน แห่งแรกคือที่น้ำพุร้อนสันกำแพง ที่มีความลงตัวของความสวยงามควบคู่กับการให้บริการสถานที่ ส่วนอีกที่หนึ่งคือ “บ้านแม่กำปอง” แม่กำปองเป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ในตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่เงียบสงบ ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ ป่าเขาและน้ำตก ที่สำคัญชาวแม่กำปองมีอัธยาศัยไมตรีน่ารักเสียนี่กระไรคณะเราไปถึงแม่กำปองเมื่อตอนเกือบเที่ยงวัน กว่าจะมาถึงก็ต้องรื้อฟื้นความหลังกันเล็กน้อย เพราะท่านผอ.บอกว่า เคยมานานมากแล้ว ในสมัยที่มาสำรวจและส่งเสริมแม่กำปองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในสมัยเริ่มต้น ฟื้นความหลังกันไปมาก็นับว่าเกินสิบปีไปแล้วมั้งฮ่าๆๆ แต่จุดสังเกตหลักๆก็ยังคงอยู่ การดูแลยังเหมือนเดิม แต่เพิ่มความสวยงามและเป็นระเบียบมากขึ้น
               มีกิจกรรมผจญภัย การโรยตัวตามต้นไม้ เพิ่มขึ้นมา แต่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างไม่ขัดเขินร้านอาหาร โฮมสเตย์พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวหลายแห่ง เรารับประทานอาหารเที่ยงแบบง่ายๆที่ร้านอาหารตามสั่งกลางหมู่บ้าน ที่ไม่ได้มีเพียงข้าวกับก๋วยเตี๋ยว แต่แถมกาแฟสดหอมอร่อยอีกคนละแก้ว จะลาเต้ มอคค่า เอสเพรสโซ่ก็มีบริการ ที่สำคัญเมล็ดกาแฟปลูกในแม่กำปองเองเสียด้วย ทานเสร็จที่ร้านยังมีบริการนำเที่ยว เราสามารถติดต่อขอไกด์นำเที่ยวหมู่บ้านได้ที่นี่ จะติดต่อที่พักก็ได้นะเรียกว่า One stop service
               นั่งพักพอข้าวเรียงเม็ด เราก็ออกเที่ยวรอบหมู่บ้านโดยมีสาวไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยว ไปกันแบบสบายๆ เดินเที่ยวชมกันไปด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ชมโฮมสเตย์และร้านกาแฟน่านั่ง ชมต้นชาแถมโชว์วิธีการเก็บใบชาจากไกด์คนเก่ง ผ่านป่าชุมชนไปจนถึงน้ำตกแม่กำปอง ที่ไหลกลายเป็นลำห้วยหล่อเลี้ยงผู้คนในหมู่บ้าน พักผ่อนหายเหนื่อยเราเดินต่อไปแวะชมโรงผลิตเม็ดกาแฟ ไกด์คนสวยแนะนำถึงวิธีการเก็บ การแกะเมล็ด ต้องแช่น้ำลอกเปลือก ตากแดดก่อนจะสีเมล็ดก่อนจะนำไปคั่ว เรียกว่ากว่าจะมาเป็นเมล็ดกาแฟสดเพื่อนำมาบดให้เราได้ดื่มกันนี้ยากไม่ใช่เล่นๆ
               ยังไม่จบทริป ไกด์สุดสวยพาเดินเลาะตามลำธารมุ่งตรงกลับหมู่บ้าน แนะนำสมุนไพรต่างๆที่มีอยู่ดาษดื่นในบริเวณนั้น เจ็บป่วยเบื้องต้น แพทย์แผนไทยของที่นี่มียาจากธรรมชาติให้ใช้ไม่ขาดมือ ช่วงสุดท้ายเราเดินผ่านกลางหมู่บ้าน บรรยากาศบ้านชนบทเมืองเหนือ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ ท่านผอ.อิสระพงษ์บอกว่านอนสบายและต้อนรับดีแน่นอน เพราะเคยนอนมาแล้วแม้จะร่วมสิบปีก็เถอะ เพราะกลับมาคราวนี้ได้มาเจอคุณยายเจ้าของบ้านที่ท่านผอ.เคยมาพักในสมัยสำรวจแหล่งท่องเที่ยวบ้านแม่กำปอง ยังคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวเหมือนเดิม ถ้าไม่ดีจริงโฮมสเตย์บ้านคุณยายคงไม่มีนักท่องเที่ยวมาพักแล้วล่ะ และยังได้รับข้อมูลจากคุณยายว่า เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวมากขึ้น มีการรวมตัวกันในหมู่บ้านบริหารจัดการแบ่งปันนักท่องเที่ยวไปตามบ้านอย่างทั่วถึง ยามค่ำมีการแสดงโดยเด็กๆในหมู่บ้านให้นักท่องเที่ยวชม โฮมสเตย์ทุกเจ้าอยู่กันอย่างสามัคคีและมีความสุข ที่แม่กำปองมีนักท่องเที่ยวตลอด เพราะที่นี่อากาศเย็นตลอดทั้งปี ไม่ต้องรอฤดูหนาว น่าอิจฉาจริงๆ
               จบทริปด้วยการไหว้พระที่วัดประจำหมู่บ้าน สักการะหลวงพ่อในโบสถ์กลางลำธาร และช็อปปิ้งสินค้าโอท็อป หมอนใบชา ที่ช่วยให้นอนหลับสบาย ไม่มีไรฝุ่น มาแม่กำปองครั้งนี้ช่างประทับใจเสียจริงๆ แม่กำปองทำผมหมายปองอยากกลับมาเที่ยวอีกสักครั้ง เอ หรือจะหลายครั้งดีแต่เปลี่ยนคนมาเที่ยวด้วยนะฮี่ๆๆ
              
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th
DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th  
บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย


ธรรมชาติอัศจรรย์ แดนสวรรค์ตะวันตก



ธรรมชาติอัศจรรย์ แดนสวรรค์ตะวันตก

       ปัจจุบันการท่องเที่ยวถือเป็นธุรกิจสำคัญที่นำรายได้เข้าประเทศเป็นลำดับต้นๆ นอกเหนือจากธุรกิจด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ประเทศไทยเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจ และตั้งใจจะมาเที่ยวสักครั้งในชีวิต ด้วยทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ธรรมชาติ ภูมิอากาศ ทะเล หาดทราย แสงแดด สิ่งอำนวยความสะดวก ที่สำคัญคือ “คนไทย”ที่มีอัธยาศัยไมตรี เรียกว่าเป็นประเทศที่มาเที่ยวแล้วคุ้มค่าและประทับใจ จังหวัดกาญจนบุรีก็ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในประเทศไทย ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ เพราะอะไร
       กาญจนบุรีเป็นเมืองที่มีทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยวครบ “แทบ”ทุกอย่างขาดเพียงทะเล นอกจากนั้นกาญจนบุรีถือว่ามีครบทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่มนุษย์สร้างขึ้น ด้านประวัติศาสตร์ก็มีมายาวนานให้ศึกษา ผู้คนก็น่ารักเป็นเมืองที่มีสถิติด้านอาชญากรรมน้อยกว่าเมืองท่องเที่ยวแห่งอื่นๆมาก จนมีคำขวัญจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งให้ว่า “ธรรมชาติอัศจรรย์ แดนสวรรค์ตะวันตก”
       หากจะพาไปเที่ยวให้ทั่วจังหวัดกาญจนบุรี คงต้องใช้เวลาเป็นแรมเดือน เนื่องจากกาญจนบุรีมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ไม่ได้มีเพียงปริมาณแต่มีคุณภาพคับแก้ว ไปแห่งหนตำบลใดก็มีแหล่งท่องเที่ยวทุกที่ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกในกาญจนบุรีก็มีหลายแห่ง เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว สัญลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรี สร้างสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยชีวิตกรรมกรชาวเอเชียและเชลยศึกสัมพันธมิตรรวมกันหลายหมื่นชีวิต ช่องเขาขาดหรือ Hell fire pass ที่ตัดภูเขาทั้งลูกด้วยมือมนุษย์โดยไม่มีเครื่องจักรกลช่วย เพื่อให้รถไฟผ่าน จนเหล่าเชลยศึกสาปแช่งว่าเป็นช่องไฟนรก และรัฐบาลออสเตรเลียเห็นความสำคัญมอบทุนและบุคคลากรมาสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อรำลึกถึงเชลยศึกที่เสียชีวิตเพราะความโหดร้ายของสงคราม
       ด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ผู้คนรู้จักก็มีมากมายดังเช่น น้ำตกเอราวัณ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น น้ำตกผาตาด ถ้ำธารลอด ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นต้น ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติใหม่ๆเปิดตัวเรื่อยๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาเยี่ยมเยือนกาญจนบุรีตลอดเวลา แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เปิดตัวมาไม่นานและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่  เขาช้างเผือก ที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และถ้ำเสาหินอุทยานแห่งชาติลำคลองงู อยู่ที่อำเภอทองผาภูมิ ทั้ง 2 อุทยาน
              นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นของแหล่งท่องเที่ยวในกาญจนบุรียังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ที่ยังไมได้กล่าวถึงในบทความนี้ และยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ที่ยังไม่เผยโฉมสู่สายตานักท่องเที่ยว เนื่องจากรักษาไว้เพื่อให้ธรรมชาติยังคงอยู่ ชาวกาญจนบุรีควรเห็นความสำคัญช่วยกันดูแลรักษาสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอยู่ในปัจจุบัน มิให้เสื่อมโทรมลง และรักษาไว้อยู่คู่กาญจนบุรีตลอดไป
               ก่อนจากกันวันนี้ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ช่วยอำนวยพรในวันปีใหม่ให้กับผู้อ่านทุกท่าน และขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองประเทศไทยให้พ้นภัยการเมืองให้คนไทยกลับมาเข้าใจกันเหมือนเดิมโดยเร็วครับ
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th
DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th  
บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย



วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รอหน่อยนะ....อุบล



รอหน่อยนะอุบล

               ย่างเข้าหน้าฝนแล้ว แม้ต้นเดือนพฤษภาคมแบบนี้ยังจะร้องตับแลบ แต่ก็มีฝนฟ้าตกลงมาพอให้คลายร้อนกันเรื่อยๆ ส่วนกีฬาสีการเมืองล่วงเข้าเดือนที่ 6 ก็ยังไม่มีวี่แววจะจบเกมส์กันได้ คนไทยเราปรับตัวเก่ง ก็อยู่ร่วมกันไป คนที่ลำบากก็ต้องทนกันต่อไป ไม่คุยเรื่องการเมืองดีกว่า แม้ว่ามันจะกระทบเรื่องการท่องเที่ยวแบบเต็มๆก็ตาม
               กว่าจะคลอดบทความตอนนี้ออกมาได้นี่ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะช่วงนี้ยุ่งเหลือหลาย ส่วนใหญ่ก็เดินทางท่องเที่ยวนี่แหละ มีเวลาว่างก็ใช้ให้คุ้ม อย่ามัวแต่ทำงานเก็บเงินครับ พอเจ็บไข้ขึ้นมาหมดโอกาสท่องเที่ยวเดี๋ยวจะเสียดาย บริหารการเงินสักนิด กิน ใช้ เที่ยว ออม แบ่งเอาไว้ให้เรียบร้อยแค่นี้ก็เที่ยวได้เรื่อยๆแล้ว
               อีกหนึ่งทริปที่ตั้งใจจะไปเที่ยวอีกครั้ง แต่ก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก ก็คือทริปสะพายเป้เที่ยวท่องล่องอุบล หรือเมืองอุบลราชธานีนี่แหละ เคยได้ไปครั้งหนึ่ง ยังตราตรึงติดใจให้อยากกลับไปหาอีกหลายครั้ง คุยกันกับเพื่อนซี้ที่เป็นตัวตั้งตัวตี อยากไปนักหนา เป็นคนชวนและวางแผนเสียดิบดี แล้วก็พลาดเรื่อยไป ว่าแล้ววันนี้เขียนเรื่องทริปอุบลครั้งที่ผ่านมาดีกว่า เผื่อเพื่อนผมมันจะตั้งใจไปให้ถึงอุบลสักที
               อุบลราชธานีเป็นจังหวัดทางภาคอีสาน อยู่ติดกับประเทศลาวทำให้สามารถเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศลาวได้ด้วย เมืองท่องเที่ยวของลาวก็คือ แขวงจำปาสักมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ได้แก่น้ำตกคอนพะเพ็งหรือไนแองการ่าแห่งเอเชีย น้ำตกหลี่ผี น้ำตกตาดฟาน น้ำตกตาดผาส้วม ปราสาทหินวัดพู ถ้าชอบช้อปปิ้งก็ที่ตลาดดาวเรืองเป็นต้น โปรแกรมนี้เพื่อนผมก็วางแผนอยากจะเช่ารถมอเตอร์ไซด์ในลาวแล้วขี่ไปเที่ยวให้ทั่ว อืมเมื่อไหร่ดีล่ะเพื่อนรอนานแล้ว
               ถ้ายังไม่พร้อมจะเข้าลาวก็ลองเที่ยวในตัวเมืองอุบลก่อนก็ได้ ในตัวเมืองอุบลนี่ไปไหนก็สะดวกสบาย ผมล่ะชอบจริงๆเพราะเมืองนี้เค้ามีรถแท็กซี่วิ่งกันตลอดทั้งวันทั้งคืน โรงแรมก็มีบริการมากมายเลือกได้หลายระดับ การเดินทางมาเมืองอุบลก็มีหลายช่องทาง นอกเหนือจากรถประจำทางและรถส่วนตัวก็ยังมี รถไฟและสายการบินต่างๆมาถึงเมืองอุบล เห็นมั้ยมาง่ายขนาดนี้ทำไมไม่ยอมมาสักทีนะเพื่อนเรา
               ยามค่ำคืนในเมืองอุบลก็มีร้านอร่อยๆชิลล์ๆน่านั่งหลายร้านไปครั้งหน้าต้องไปนั่งฟังเพลงสักครั้ง เห็นเค้าเล่ากันว่าสาวอุบลน่ารักๆมักออกมานั่งชิลล์กันอิอิ แถมวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ยังมีถนนคนเดินให้เดินเล่นจับจ่ายกันอีก สินค้าเยอะมาก แต่ที่สุดยอดคือแม่ค้าน่ารัก ใจดี ถ้ารู้ว่ามาไกลจะลดราคาให้พิเศษอีกด้วย พูดแล้วชักคิดถึงแม่ค้ามาตะหงิดๆฮี่ๆๆ  ถนนคนเดินนี้อยู่บริเวณศาลหลักเมือง ช่วงถนนเลียบแม่น้ำมูลและถนนราชบุตร ใกล้ๆทุ่งศรีเมืองนี่แหละ แถมอีกนิดแถวๆนั้นมีร้านไอศกรีมโฮมเมด รสอร่อยราคาไม่แพง มีไอศกรีมรสชาติแปลกๆด้วยอย่างเช่น ไอศกรีมรสน้อยหน่า ยาคูลท์ น้ำปลาหวาน ผมลองแล้วโอ(เค)เลย
               เดี๋ยวจะหาว่าชวนเที่ยวแต่กลางคืน อุบลยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่ชอบทำบุญด้วย เช่นมีวัดสำคัญคือ วัดศรีอุบลรัตนาราม หรือวัดศรีทอง วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 มีพระคู่บ้านคู่เมืองประดิษฐานอยู่คือ พระแก้วบุษราคัม และยังมี “วัดหลวง” ซึ่งเป็นวัดแรกของเมืองอุบลราชธานีอยู่ไม่ไกล มีพระแก้วไพฑูรย์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดให้สักการะ เป็นต้น
               แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอุบลที่ผมยังไม่เคยไปก็มีนะ ผาแต้มและสามพันโบก เค้าบอกกันว่าสวยนักหนา Unseen Thailand ตั้งใจจะไปให้ได้ ยิ่งนึกถึงยิ่งอยากไป อุบลนี้ดีจริงๆ คุณเพื่อนพร้อมรึยัง ข้าพเจ้าอยากไปเที่ยวอุบลราชธานีแล้ว แต่แว่วๆมาว่าคุณเพื่อนยังไม่พร้อม(อีกแล้ว)
ถ้าเป็นแบบนี้ รอหน่อยนะอุบล


ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/captainpex  www.dsr.co.th
DSR Travel 034-551109, 0863212220, info@dsr.co.th  
บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย



วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ถ้ำมอง2 อุทยานแห่งชาติลำคลองงู



เตรียมตัวให้พร้อม สวมไฟฉายคาดศีรษะ ผูกเชือกรองเท้าหุ้มส้น ไม่ต้องดีขนาด New Balance, Nike, หรอก แค่รองเท้าผ้าใบที่แน่นหนา ไม่ขาดง่ายๆก็พอครับ เสื้อชูชีพ เสื้อผ้าที่ทะมัดทะแมงไม่รุ่มร่าม ไม่ใช่แค่เดินลุยน้ำนะ ต้องว่ายน้ำฝ่ากระแสน้ำในถ้ำด้วย กระเป๋าโอเชี่ยนแพ็คหรือกระเป๋าพีวีซีกันน้ำสำหรับใส่ของที่เปียกน้ำไม่ได้ แต่อย่าลืมนะว่าต้องสะพายติดตัวเวลาว่ายน้ำด้วย ดังนั้นผมแนะนำให้เอาเฉพาะของที่ต้องการเอาไปและจำเป็นจริงๆแค่นั้นพอ ตอนว่ายน้ำแล้วกระเป๋ามันสะบัดไปมา ฟาดหัวฟาดหลังมันค่อนข้างลำบากและไม่คล่องตัว
               เมื่อพร้อมแล้วเราก็เริ่มเข้าถ้ำกันเลย จากจุดพักเราจะเดินขึ้นไปยังปากถ้ำ เริ่มต้นด้วยการรับน้องโดยการลงน้ำไปลอยคอเกาะผนังถ้ำ แล้วลอยคอสวนน้ำเข้าถ้ำไปนิดหน่อยก็เดินขึ้นฝั่ง ที่จริงน่าจะเรียกว่าโขดหินกลางถ้ำมากกว่า เดินข้ามโขดหินแล้วก็ลงลอยคอกันอีก ระยะสั้นบ้างยาวบ้าง ขึ้นๆลงๆกันสักสามสี่รอบ ก็จะเจอน้ำแรงขึ้นเรื่อยๆ จนจุดรองสุดท้าย(รองนะ)ก็ต้องว่ายน้ำแบบใส่เต็มกำลังว่ายน้ำข้ามฝั่ง นั่งพักสักนิดหน่อยพอคลายเหนื่อยก็ต้องกระโจนลงน้ำในช่วงสุดท้าย สาวเชือกข้ามน้ำที่ไหลเชี่ยวเพื่อจะเข้าไปในถ้ำช่วงสุดท้าย
               เมื่อผ่านจุดสุดท้ายมาได้ ก็ปีนข้ามภูเขาหินลูกย่อมๆในถ้ำ ไปพบกับลานกว้างที่ได้นั่งพักคลายเหนื่อย ท่ามกลางความมืดโอบรอบตัว มีแค่แสงจากไฟฉายจากพวกเราให้แสงสว่างจากการรวมกลุ่ม จนกระทั่งเจ้าหน้าที่อุทยานเดินไปส่องไฟลึกเข้าไปภายในถ้ำ แท่งหินปูนใหญ่อลังการ สูงจนต้องแหงนคอตั้งบ่า ก็ปรากฏสู่สายตา ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าธรรมชาติจะสรรสร้างสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้ได้ ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กัน ถึงสร้างให้หินงอกและหินย้อย มาพบกันจนเป็นแท่งหินใหญ่ยักษ์เช่นนี้ได้ เราพยายามถ่ายภาพกันอย่างเต็มที่ แต่เพราะความมืดและความใหญ่โตของแท่งเสาทำให้ได้เพียงภาพเลือนรางกลับมา
               แต่ภาพสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่เราพบ มันเด่นชัด ไม่มีวันลบเลือน”แน่นอน” ชมแท่งหินยักษ์กันให้สมกับความยากลำบาก แล้วก็เดินทางออกจากถ้ำ ขาออกสบายหน่อยที่ว่ายตามน้ำ เพียงไม่นานก็มาถึงปากถ้ำ ปีนป่ายลัดเลาะอีกนิดว่ายน้ำตัดกระแสน้ำอีกครั้งจนถึงจุดพักครั้งแรกหน้าน้ำตก นอนแช่น้ำให้หายเหนื่อย ผมก็ให้สัญญาณลูกทัวร์ทุกคนเริ่มเดินทางกลับ
               ถ้าจำฉบับที่แล้วได้(ตอนที่1) ผมบอกไว้ว่า ขามาเราเดินลงเขาอย่างเดียว ดังนั้นขากลับก็เดินขึ้นอย่างเดียวเช่นกัน งานงอกสิครับ เรี่ยวแรงที่มีใช้เพื่อเอาชีวิตรอดในถ้ำไปเกือบหมดแล้ว ถึงคราวต้องปีนป่ายเพื่อกลับที่พักจะไหวไหมเนี่ยะ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือน้ำดื่ม หุหุจากประสบการเดินป่าและปีนเขาช้างเผือกหลายครั้ง ทำให้ผมเซฟน้ำดื่มไว้ขากลับหนึ่งขวด แต่ใช้ดื่มกัน5คน ไม่ถึงครึ่งทางก็หมดแล้ว แถมตะคริวถามหากันเป็นแถวอีก สนุกจริงๆ ผมตั้งใจไว้เลยว่า ทริปหน้าจะเอาน้ำดื่มเก็บไว้ตามทาง ขากลับจะได้มีความสุขมากกว่านี้
               เฮ้อ กว่าจะมาถึงรถเพื่อเดินทางกลับ แทบจะคลานกลับ เหนื่อยน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ตะคริวมันเล่นงานจนไม่อยากจะก้าวขา พอกลับมาถึงที่พัก ความสุขอยู่ที่นี่เอง น้ำอัดลมใส่น้ำแข็งเย็นเจี๊ยบ สวรรค์ชัดๆ อาหารเย็นวันนั้นเป็นมื้อที่อร่อยสุดๆมื้อนึง(ก็ใช้แรงจนหมดนี่นา) กลางคืนเรามานั่งล้อมกองไฟ คุยกับเพื่อนคอ(ทองแดง)เดียวกัน มันสุขจริงๆเชียว
               เช้าวันที่สองผมแบ่งทีมเป็นสองกลุ่ม ชุดแรกไปเที่ยวชมถ้ำนางแอ่น ชุดนี้สมาชิกบอกว่า ถ้ำสวยงามเกินบรรยาย ไม่น่าเชื่อว่าจะมีถ้ำที่สวยขนาดนี้ในกาญจนบุรี สำหรับชุดที่สองผมพาไปเที่ยวไร่สตอเบอรี่ แปลกใจกันเป็นแถว เมืองร้อนอย่างกาญจนบุรีปลูกสตอเบอรี่ได้ด้วยเหรอ ปลูกได้ครับแถมอร่อยมากเสียด้วย เดินเก็บเองจากแปลง เดินไปชิมไปอร่อยจุงเบย เก็บสตอเบอรี่เสร็จแวะดื่มกาแฟสดที่ปลูกแถวๆนั้นอีก ดื่มกาแฟหอมกรุ่นเพิ่มความสดชื่น สุขจริงๆ
               ก่อนกลับพวกเรานัดแนะกันว่า ฤดูกาลหน้าเราจะกลับมาอีก  เพราะมีบางคนต้องกลับมาตามหารักในถ้ำอีกครั้ง ทุกวันนี้ได้แต่เฝ้าพร่ำเพ้อถึงความหล่อล่ำ เอ้ยความสวยงามของถ้ำนางแอ่นและถ้ำเสาหิน จะคิดถึงแค่ไหนก็ต้องรอไปปีหน้า เพราะว่าฝนตกแล้วไม่สามารถเข้าถ้ำได้ ความสุขมักสั้น ขอให้เราเก็บเกี่ยวให้เต็มที่ ตอนหน้าจะพาไปเที่ยวที่ไหนรอลุ้นกันนะครับ
ร่วมพูดคุยเรื่องท่องเที่ยวสนุกๆกันได้ที่ www.facebook.com/tatchasit  
DSR Travel 034-551109, 0863212220, 081-8566865
บริการจัดนำเที่ยวไปทั่ว บริการด้วยใจไปกับดีเอสอาร์แทรเวล
สบายสบาย